<?xml version="1.0" encoding="UTF-8"?>
<rss version="2.0"
	xmlns:content="http://purl.org/rss/1.0/modules/content/"
	xmlns:wfw="http://wellformedweb.org/CommentAPI/"
	xmlns:dc="http://purl.org/dc/elements/1.1/"
	xmlns:atom="http://www.w3.org/2005/Atom"
	xmlns:sy="http://purl.org/rss/1.0/modules/syndication/"
	xmlns:slash="http://purl.org/rss/1.0/modules/slash/"
	>

<channel>
	<title>CenterMocyc:: รถแข่ง รถแต่ง อุปกรณ์แต่งรถ Yamaha Honda SuZuki  มอไซค์แต่ง รถมอเตอร์ไซต์แต่ง &#187; เกร็ดความรู้</title>
	<atom:link href="http://www.centermocyc.com/category/%e0%b9%80%e0%b8%81%e0%b8%a3%e0%b9%87%e0%b8%94%e0%b8%84%e0%b8%a7%e0%b8%b2%e0%b8%a1%e0%b8%a3%e0%b8%b9%e0%b9%89/feed" rel="self" type="application/rss+xml" />
	<link>http://www.centermocyc.com</link>
	<description>Just another WordPress weblog</description>
	<lastBuildDate>Sun, 05 Feb 2012 21:13:35 +0000</lastBuildDate>
	<language>en</language>
	<sy:updatePeriod>hourly</sy:updatePeriod>
	<sy:updateFrequency>1</sy:updateFrequency>
	<generator>http://wordpress.org/?v=3.3.1</generator>
		<item>
		<title>วิธีดูแลรักษาจักรยานยนต์หลังลุยน้ำท่วม [ ภาค 2] -จาก Yamaha</title>
		<link>http://www.centermocyc.com/%e0%b8%a7%e0%b8%b4%e0%b8%98%e0%b8%b5%e0%b8%94%e0%b8%b9%e0%b9%81%e0%b8%a5%e0%b8%a3%e0%b8%b1%e0%b8%81%e0%b8%a9%e0%b8%b2%e0%b8%88%e0%b8%b1%e0%b8%81%e0%b8%a3%e0%b8%a2%e0%b8%b2%e0%b8%99%e0%b8%a2%e0%b8%99.html</link>
		<comments>http://www.centermocyc.com/%e0%b8%a7%e0%b8%b4%e0%b8%98%e0%b8%b5%e0%b8%94%e0%b8%b9%e0%b9%81%e0%b8%a5%e0%b8%a3%e0%b8%b1%e0%b8%81%e0%b8%a9%e0%b8%b2%e0%b8%88%e0%b8%b1%e0%b8%81%e0%b8%a3%e0%b8%a2%e0%b8%b2%e0%b8%99%e0%b8%a2%e0%b8%99.html#comments</comments>
		<pubDate>Mon, 05 Dec 2011 21:46:12 +0000</pubDate>
		<dc:creator>admin</dc:creator>
				<category><![CDATA[เกร็ดความรู้]]></category>
		<category><![CDATA[Yamaha]]></category>
		<category><![CDATA[วิธีดูแลรถหลังน้ำท่วม]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.centermocyc.com/?p=1556</guid>
		<description><![CDATA[&#160;]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p><a href="http://www.centermocyc.com/wp-content/uploads/2011/12/01.jpg"><img class="alignnone size-full wp-image-1557" title="01" src="http://www.centermocyc.com/wp-content/uploads/2011/12/01.jpg" alt="" width="472" height="1051" /></a><a href="http://www.centermocyc.com/wp-content/uploads/2011/12/02.jpg"><img class="alignnone size-full wp-image-1558" title="02" src="http://www.centermocyc.com/wp-content/uploads/2011/12/02.jpg" alt="" width="478" height="1606" /></a></p>
<p>&nbsp;</p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.centermocyc.com/%e0%b8%a7%e0%b8%b4%e0%b8%98%e0%b8%b5%e0%b8%94%e0%b8%b9%e0%b9%81%e0%b8%a5%e0%b8%a3%e0%b8%b1%e0%b8%81%e0%b8%a9%e0%b8%b2%e0%b8%88%e0%b8%b1%e0%b8%81%e0%b8%a3%e0%b8%a2%e0%b8%b2%e0%b8%99%e0%b8%a2%e0%b8%99.html/feed</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>มาดูแลมอเตอร์ไซค์สุดรักของคุณช่วงน้ำท่วม [ภาค 1]</title>
		<link>http://www.centermocyc.com/%e0%b8%94%e0%b8%b9%e0%b9%81%e0%b8%a5%e0%b8%a1%e0%b8%ad%e0%b9%80%e0%b8%95%e0%b8%ad%e0%b8%a3%e0%b9%8c%e0%b9%84%e0%b8%8b%e0%b8%84%e0%b9%8c-%e0%b8%99%e0%b9%89%e0%b8%b3%e0%b8%97%e0%b9%88%e0%b8%a7%e0%b8%a1.html</link>
		<comments>http://www.centermocyc.com/%e0%b8%94%e0%b8%b9%e0%b9%81%e0%b8%a5%e0%b8%a1%e0%b8%ad%e0%b9%80%e0%b8%95%e0%b8%ad%e0%b8%a3%e0%b9%8c%e0%b9%84%e0%b8%8b%e0%b8%84%e0%b9%8c-%e0%b8%99%e0%b9%89%e0%b8%b3%e0%b8%97%e0%b9%88%e0%b8%a7%e0%b8%a1.html#comments</comments>
		<pubDate>Sun, 04 Dec 2011 20:59:33 +0000</pubDate>
		<dc:creator>admin</dc:creator>
				<category><![CDATA[เกร็ดความรู้]]></category>
		<category><![CDATA[น้ำท่วมรถ]]></category>
		<category><![CDATA[น้ำมันเครื่อง]]></category>
		<category><![CDATA[ระบบเบรก]]></category>
		<category><![CDATA[หัวเทียน]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.centermocyc.com/?p=1559</guid>
		<description><![CDATA[- ระบบเบรก หลังจากที่ขับขี่รถลุยน้ำมาแล้ว น้ำจะเข้าไปอยู่ระหว่างหน้าสัมผัสของตัว ดรัมเบรกกับผ้าเบรก เมื่อนำรถไปขับขี่อีกครั้งจะทำให้เบรกไม่อยู่ การจอดทิ้งไว้สักพักไม่ได้ทำให้น้ำที่ค้างอยู่หายไป การแก้ไขที่ถูกต้องเมื่อขับลุยน้ำมาแล้ว ให้ขับขี่เป็นระยะทางสั้นๆ แล้วทำการเบรกหลายๆ ครั้ง เพื่อไล่น้ำให้ออกไปจากหน้าสัมผัสให้หมด ทางที่ดีที่สุดควรถอดผ้าเบรกออกมาทำความสะอาด ไล่น้ำ โดยการใช้ลมเป่าซึ่งจะทำให้ไล่น้ำออกไปอย่างรวดเร็วและหมดจด การย้ำเบรกหลายๆ ครั้ง ควรดูด้านหลังด้วยว่า มีรถตามมาหรือเปล่า และเมื่อเห็นว่าปลอดภัยแล้วจึงค่อยลงมือทำ - หัวเทียน นับว่ามีส่วนสำคัญไม่น้อย เมื่อขับรถลุยน้ำแล้วถึงที่หมาย ควรจะทำความสะอาดหัวเทียนโดยการถอดปลั๊กหัวเทียนออก หรือจะถอดหัวเทียนออกมาก็ได้แล้วใช้ลมเป่าเพื่อไล่น้ำ และความชื้นออกไปจากระบบ โดยเฉพาะในส่วนที่ลึกเช็ดเข้าไปไม่ถึง น้ำและความชื้นที่สะสมภายในระบบ จะทำให้เกิดสนิมบริเวณเหลี่ยมที่ขันหัวเทียน ทำให้การระบายความร้อน ที่เกิดจากการเผาไหม้ไม่สามารถทำได้อย่างเต็มที่ และทำให้การจุดระเบิดทำได้ไม่เต็มที่ - น้ำมันเครื่อง อีกส่วนที่ต้องดูแลไม่แพ้ระบบอื่นๆ เมื่อผ่านการขับขี่ลุยน้ำมาแล้ว ถ้าไม่แน่ใจว่าจะมีน้ำเข้าไปในเครื่องหรือไม่ ให้สังเกตที่ช่องดูระดับ หรือเปิดฝาจุกเติมน้ำมันเครื่อง (รุ่นที่ไม่มีช่องดูระดับ) แล้วสังเกตที่ก้านวัดระดับน้ำมันเครื่องว่า น้ำมันเครื่องมีสีขาวขุ่นหรือไม่ ถ้ามีแน่ใจได้เลยว่ามีน้ำเข้าไปผสมกับน้ำมันเครื่องเรียบร้อยแล้ว วิธีการแก้ไขคือให้จัดการเปลี่ยนถ่ายน้ำมันเครื่องออกทันที หากปล่อยทิ้งไว้ สนิม และความชื้นต่างๆ ในระบบ จะทำให้เกิดความเสียหายต่อชิ้นส่วนของเครื่องยนต์ เพราะน้ำไม่มีหน้าที่ในการหล่อลื่นและปกป้องชิ้นส่วนของเครื่องยนต์ สาเหตุ หลักที่ทำให้น้ำมันเครื่องเสื่อมสภาพได้ง่ายนั้นมีหลายปัจจัยโดยเฉพาะสิ่ง ที่ปนเปื้อนในน้ำมันหล่อลื่น เช่น [...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p><strong>- ระบบเบรก</strong> หลังจากที่ขับขี่รถลุยน้ำมาแล้ว น้ำจะเข้าไปอยู่ระหว่างหน้าสัมผัสของตัว ดรัมเบรกกับผ้าเบรก เมื่อนำรถไปขับขี่อีกครั้งจะทำให้เบรกไม่อยู่ การจอดทิ้งไว้สักพักไม่ได้ทำให้น้ำที่ค้างอยู่หายไป การแก้ไขที่ถูกต้องเมื่อขับลุยน้ำมาแล้ว ให้ขับขี่เป็นระยะทางสั้นๆ แล้วทำการเบรกหลายๆ ครั้ง เพื่อไล่น้ำให้ออกไปจากหน้าสัมผัสให้หมด ทางที่ดีที่สุดควรถอดผ้าเบรกออกมาทำความสะอาด ไล่น้ำ โดยการใช้ลมเป่าซึ่งจะทำให้ไล่น้ำออกไปอย่างรวดเร็วและหมดจด การย้ำเบรกหลายๆ ครั้ง ควรดูด้านหลังด้วยว่า มีรถตามมาหรือเปล่า และเมื่อเห็นว่าปลอดภัยแล้วจึงค่อยลงมือทำ</p>
<p><a href="http://www.centermocyc.com/wp-content/uploads/2011/12/FloodinginPPenhJuly201002Reuters.jpg"><img class="aligncenter" title="FloodinginPPenhJuly201002Reuters" src="http://www.centermocyc.com/wp-content/uploads/2011/12/FloodinginPPenhJuly201002Reuters.jpg" alt="" width="399" height="252" /></a></p>
<p><strong>- หัวเทียน</strong> นับว่ามีส่วนสำคัญไม่น้อย เมื่อขับรถลุยน้ำแล้วถึงที่หมาย ควรจะทำความสะอาดหัวเทียนโดยการถอดปลั๊กหัวเทียนออก หรือจะถอดหัวเทียนออกมาก็ได้แล้วใช้ลมเป่าเพื่อไล่น้ำ และความชื้นออกไปจากระบบ โดยเฉพาะในส่วนที่ลึกเช็ดเข้าไปไม่ถึง น้ำและความชื้นที่สะสมภายในระบบ จะทำให้เกิดสนิมบริเวณเหลี่ยมที่ขันหัวเทียน ทำให้การระบายความร้อน ที่เกิดจากการเผาไหม้ไม่สามารถทำได้อย่างเต็มที่ และทำให้การจุดระเบิดทำได้ไม่เต็มที่</p>
<p><strong>- น้ำมันเครื่อง</strong> อีกส่วนที่ต้องดูแลไม่แพ้ระบบอื่นๆ เมื่อผ่านการขับขี่ลุยน้ำมาแล้ว ถ้าไม่แน่ใจว่าจะมีน้ำเข้าไปในเครื่องหรือไม่ ให้สังเกตที่ช่องดูระดับ หรือเปิดฝาจุกเติมน้ำมันเครื่อง (รุ่นที่ไม่มีช่องดูระดับ) แล้วสังเกตที่ก้านวัดระดับน้ำมันเครื่องว่า น้ำมันเครื่องมีสีขาวขุ่นหรือไม่ ถ้ามีแน่ใจได้เลยว่ามีน้ำเข้าไปผสมกับน้ำมันเครื่องเรียบร้อยแล้ว วิธีการแก้ไขคือให้จัดการเปลี่ยนถ่ายน้ำมันเครื่องออกทันที หากปล่อยทิ้งไว้ สนิม และความชื้นต่างๆ ในระบบ จะทำให้เกิดความเสียหายต่อชิ้นส่วนของเครื่องยนต์ เพราะน้ำไม่มีหน้าที่ในการหล่อลื่นและปกป้องชิ้นส่วนของเครื่องยนต์</p>
<p><strong>สาเหตุ หลักที่ทำให้น้ำมันเครื่องเสื่อมสภาพได้ง่ายนั้นมีหลายปัจจัยโดยเฉพาะสิ่ง ที่ปนเปื้อนในน้ำมันหล่อลื่น เช่น ฝุ่นละออง, เขม่า, น้ำ, เชื้อเพลิง รวมถึงการใช้งาน ความร้อน ความกดดัน และปัจจัยต่างๆ</strong></p>
<p>การขับขี่รถมอเตอร์ไซค์ลุยน้ำเป็นเวลานานๆ ผู้ขับขี่จะต้องดูแลและสนใจเป็นพิเศษหลังการใช้งานในแต่ละวัน ปริมาณการปนเปื้อนของน้ำในเครื่องยนต์เพียงเล็กน้อย อาจก่อให้เกิดความเสียหายต่อเครื่องยนต์ลดลง การดูแลรักษาจะช่วยให้รถของคุณสามารถใช้งานได้ตลอดเวลา ไม่ต้องเข้าร้านเพื่อทำการซ่อมแซม</p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.centermocyc.com/%e0%b8%94%e0%b8%b9%e0%b9%81%e0%b8%a5%e0%b8%a1%e0%b8%ad%e0%b9%80%e0%b8%95%e0%b8%ad%e0%b8%a3%e0%b9%8c%e0%b9%84%e0%b8%8b%e0%b8%84%e0%b9%8c-%e0%b8%99%e0%b9%89%e0%b8%b3%e0%b8%97%e0%b9%88%e0%b8%a7%e0%b8%a1.html/feed</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>ชุดแต่งการแข่งมอเตอร์ไซค์</title>
		<link>http://www.centermocyc.com/%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b9%81%e0%b8%95%e0%b9%88%e0%b8%87%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a2%e0%b9%81%e0%b8%82%e0%b9%88%e0%b8%87-motorcycle-motor-cross.html</link>
		<comments>http://www.centermocyc.com/%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b9%81%e0%b8%95%e0%b9%88%e0%b8%87%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a2%e0%b9%81%e0%b8%82%e0%b9%88%e0%b8%87-motorcycle-motor-cross.html#comments</comments>
		<pubDate>Mon, 18 Jan 2010 13:47:07 +0000</pubDate>
		<dc:creator>admin</dc:creator>
				<category><![CDATA[เกร็ดความรู้]]></category>
		<category><![CDATA[Motor Cross]]></category>
		<category><![CDATA[ชุดแข่ง มอเตอร์ไซค์วิบาก]]></category>
		<category><![CDATA[ถุงมือแข่งมอเตอร์ไซค์]]></category>
		<category><![CDATA[มอเตอร์ไซค์วิบาก]]></category>
		<category><![CDATA[รถแข่ง]]></category>
		<category><![CDATA[สนับเข่า มอเตอร์ไซค์]]></category>
		<category><![CDATA[เสื้อเกราะ มอเตอร์ไซค์]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.centermocyc.com/?p=252</guid>
		<description><![CDATA[การขี่มอเตอร์ไซค์ล้วนต้องการความปลอดภัยในการขับขี่ทั้งสิ้น แล้วยิ่งเป็นการขับขี่มอเตอร์ไซค์ที่ต้องลุย ผาดโผน และต้องการความสมบุกสมบัน เช่น มอเตอร์ไซค์วิบาก หรือที่เราเรียกกันว่า ” Motor Cross ” และการขับขี่รถประเภท ATV ยิ่งต้องอาศัยอุปกรณ์ และ เครื่องแต่งกายที่สวมใส่เพื่อความปลอดภัยในการขับขี่มากเป็นพิเศษ]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p style="text-align: center;"><a href="http://www.centermocyc.com/wp-content/uploads/2010/01/motocross-custom1.jpg"><img class="aligncenter size-full wp-image-261" style="border: 3px solid black; margin: 3px; padding: 3px;" title="motocross-custom1" src="http://www.centermocyc.com/wp-content/uploads/2010/01/motocross-custom1.jpg" alt="" width="451" height="338" /></a></p>
<p>การขี่มอเตอร์ไซค์ล้วนต้องการความปลอดภัยในการขับขี่ทั้งสิ้น แล้วยิ่งเป็นการขับขี่มอเตอร์ไซค์ที่ต้องลุย ผาดโผน และต้องการความสมบุกสมบัน เช่น <strong>มอเตอร์ไซค์วิบาก</strong> หรือที่เราเรียกกันว่า ” <strong>Motor Cross </strong>” และการขับขี่รถประเภท ATV ยิ่งต้องอาศัยอุปกรณ์ และ เครื่องแต่งกายที่สวมใส่เพื่อความปลอดภัยในการขับขี่มากเป็นพิเศษ</p>
<p><strong>สิ่งที่ควรแต่งและสวมใส่เพื่อความปลอดภัย</strong></p>
<h3>1. หมวกกันน็อค มอเตอร์ไซค์วิบาก Motor Cross</h3>
<p>- สมองเป็นส่วนที่สำคัญที่สุดของร่างกายดังนั้น ควรจะต้องได้รับการปกป้องเป็นอย่างดี อุปกรณ์ในการแต่งกายสำหรับกีฬาประเภท X-GAME ต่างๆ รวมทั้งการขับขี่ที่จะขาดไม่ได้คือ หมวกกันน็อค</p>
<p style="text-align: center;"><a href="http://www.centermocyc.com/wp-content/uploads/2010/01/motocross-custom2.jpg"><img class="size-full wp-image-253 aligncenter" title="motocross-custom2" src="http://www.centermocyc.com/wp-content/uploads/2010/01/motocross-custom2.jpg" alt="หมวกกันน๊อค" width="439" height="408" /></a></p>
<h3>2. แว่นตา มอเตอร์ไซค์วิบาก Motor Cross</h3>
<p>- เนื่องจากบนเส้นทางของการขับขี่ และสนามแข่งขันเต็มไปด้วยอุปสรรคต่างๆ เช่น ดิน หิน โคลน และกิ่งไม้ต่างๆ จำเป็นที่ต้องมีแว่นตาเพื่อปกป้องดวงตาขณะขับขี่</p>
<p><a href="http://www.centermocyc.com/wp-content/uploads/2010/01/motocross-custom3.jpg"><img class="aligncenter size-full wp-image-254" title="motocross-custom3" src="http://www.centermocyc.com/wp-content/uploads/2010/01/motocross-custom3.jpg" alt="แว่นตาขี่มอเตอร์ไซค์" width="451" height="274" /></a></p>
<h3>3. ชุดแข่ง มอเตอร์ไซค์วิบาก Motor Cross</h3>
<p>- ปกป้องผิวหนัง ในส่วนที่นอกเหนือจากที่มีเครื่องป้องกันห่อหุ้มไว้</p>
<p><a href="http://www.centermocyc.com/wp-content/uploads/2010/01/motocross-custom5.jpg"><img class="aligncenter size-full wp-image-255" title="motocross-custom5" src="http://www.centermocyc.com/wp-content/uploads/2010/01/motocross-custom5.jpg" alt="ชุดแข่งรถ" width="250" height="253" /></a></p>
<h3>4. ถุงมือ มอเตอร์ไซค์วิบาก Motor Cross</h3>
<p>- ให้ความกระชับมือ และคล่องตัวในการควบคุมรถ</p>
<p><a href="http://www.centermocyc.com/wp-content/uploads/2010/01/motocross-custom6.jpg"><img class="aligncenter size-full wp-image-257" title="motocross-custom6" src="http://www.centermocyc.com/wp-content/uploads/2010/01/motocross-custom6.jpg" alt="ถุงมือแข่งรถ" width="350" height="272" /></a></p>
<h3>5. สนับเข่า มอเตอร์ไซค์วิบาก Motor Cross</h3>
<p>- ป้องกันการกระแทก ส่วนของหัวเข่า เพราะในการขับขี่จำเป็นที่ต้องขับขี่ในทางโค้งการเค้าโค้งที่ลึก จำเป็นต้องใช้ส่วนขา และเข่าช่วยในการเข้าโค้ง ทำให้อาจเกิดการเสียดสีกับพื้นผิวของสนามแข่งได้</p>
<p><a href="http://www.centermocyc.com/wp-content/uploads/2010/01/motocross-custom7.jpg"><img class="aligncenter size-full wp-image-258" title="motocross-custom7" src="http://www.centermocyc.com/wp-content/uploads/2010/01/motocross-custom7.jpg" alt="สนับเข่า" width="453" height="233" /></a></p>
<h3>6. เสื้อเกราะ หรือการ์ด มอเตอร์ไซค์วิบาก Motor Cross</h3>
<p>- ให้การปกป้องในส่วนของหน้าอก หลัง รวมทั้งหัวไหล่ และข้อศอก</p>
<p style="text-align: center;"><a href="../wp-content/uploads/2010/01/motocross-custom4.jpg"><img class="aligncenter" title="motocross-custom4" src="../wp-content/uploads/2010/01/motocross-custom4.jpg" alt="ชุดแต่งแข่งรถ" width="490" height="395" /></a></p>
<p style="text-align: center;">
<h3>7. รองเท้า มอเตอร์ไซค์วิบาก Motor Cross</h3>
<p>- มีประโยชน์มากเมื่อ ในกรณีที่เสียการทรงตัวขณะขับขี่/เมื่อล้ม จำเป็นต้องใช้เท้ายันพื้นเพื่อทรงตัวขึ้นมา หรือช่วยในการทรงตัวขณะรถลื่นไถลในพื้นผิวที่เป็นดินโคลน</p>
<p><a href="http://www.centermocyc.com/wp-content/uploads/2010/01/motocross-custom8.jpg"><img class="aligncenter size-full wp-image-259" title="motocross-custom8" src="http://www.centermocyc.com/wp-content/uploads/2010/01/motocross-custom8.jpg" alt="" width="446" height="222" /></a></p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.centermocyc.com/%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b9%81%e0%b8%95%e0%b9%88%e0%b8%87%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a2%e0%b9%81%e0%b8%82%e0%b9%88%e0%b8%87-motorcycle-motor-cross.html/feed</wfw:commentRss>
		<slash:comments>1</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>ระบบหัวฉีด PGM-Fi ของฮอนด้า</title>
		<link>http://www.centermocyc.com/%e0%b8%a3%e0%b8%b0%e0%b8%9a%e0%b8%9a%e0%b8%ab%e0%b8%b1%e0%b8%a7%e0%b8%89%e0%b8%b5%e0%b8%94-pgm-fi-%e0%b8%82%e0%b8%ad%e0%b8%87%e0%b8%ae%e0%b8%ad%e0%b8%99%e0%b8%94%e0%b9%89%e0%b8%b2.html</link>
		<comments>http://www.centermocyc.com/%e0%b8%a3%e0%b8%b0%e0%b8%9a%e0%b8%9a%e0%b8%ab%e0%b8%b1%e0%b8%a7%e0%b8%89%e0%b8%b5%e0%b8%94-pgm-fi-%e0%b8%82%e0%b8%ad%e0%b8%87%e0%b8%ae%e0%b8%ad%e0%b8%99%e0%b8%94%e0%b9%89%e0%b8%b2.html#comments</comments>
		<pubDate>Sun, 10 Jan 2010 12:35:08 +0000</pubDate>
		<dc:creator>admin</dc:creator>
				<category><![CDATA[เกร็ดความรู้]]></category>
		<category><![CDATA[PGM-FI]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.centermocyc.com/?p=68</guid>
		<description><![CDATA[เทคโนโลยีระบบจ่ายน้ำมันแบบหัวฉีด PGM-FI ( Program Fuel injection ) ในประเทศไทย เทคโนโลยีที่ช่วยให้ประหยัดน้ำมัน]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p><strong><span style="color: #0000ff;">เทคโนโลยีระบบจ่ายน้ำมันแบบหัวฉีด PGM-FI ( Program Fuel injection ) ในประเทศไทย</span><br />
ผลิตขึ้นโดยโรงงานผลิต 2 แห่งด้วยกัน คือ<br />
</strong>1.บริษัท เคฮิน ออโต้ พาร์ท (ไทยแลนด์) จำกัด ซึ่งตั้งอยู่ภายในนิคมอุตสาหกรรมโรจนะ จังหวัดพระนครศรีอยุธยา<br />
2.บริษัท เคฮิน (ไทยแลนด์) จำกัด ที่ตั้งอยู่ภายในนิคมอุตสาหกรรมภาคเหนือ จังหวัดลำพูน</p>
<p><strong><a href="http://www.centermocyc.com/wp-content/uploads/2010/01/earth1.jpg"><img class="alignleft size-thumbnail wp-image-71" title="earth1" src="http://www.centermocyc.com/wp-content/uploads/2010/01/earth1-150x150.jpg" alt="PGM-FI" width="150" height="150" /></a></strong>บริษัท เคฮิน ออโต้ พาร์ท (ไทยแลนด์) จำกัด เป็นผู้ผลิตชิ้นส่วนอุปกรณ์สำคัญในระบบ PGM-FI<br />
ได้แก่ อุปกรณ์สั่งการและควบคุมการทำงานเครื่องยนต์ ซึ่งเป็นสมองกลอัจฉริยะ หรือ ECU (Engine Control Unit)</p>
<p>บริษัท เคฮิน (ไทยแลนด์) จำกัด เป็นผู้ผลิตชิ้นส่วนอุปกรณ์สำคัญอื่นๆ ประกอบด้วย เรือนลิ้นเร่ง (Throttle Body)<br />
ปั๊มน้ำมันเชื้อเพลิง (Fuel Pump) และ หัวฉีด (Injector) เป็นต้น</p>
<blockquote><p>PGM-FI ยุคที่ 1 ในประเทศไทย ติดตั้งในรถจักรยานยนต์ฮอนด้า เวฟ 125 ไอ (Wave 125i) วางจำหน่ายเมื่อปี 2546</p>
<p>PGM-FI ยุคที่ 2 ในประเทศไทย ติดตั้งในรถจักรยานยนต์ฮอนด้า เวฟ 125 ไอ รุ่นที่ 2 วางจำหน่ายเมื่อปี 2548</p>
<p>PGM-FI ยุคที่ 3 ในประเทศไทย ติดตั้งในรถจักรยานยนต์ฮอนด้ารุ่น CZ-i และ Click-i วางจำหน่ายเมื่อปี 2551</p></blockquote>
<p><span style="color: #0000ff;">จุดเด่นของ PGM-FI ยุคที่ 3</span> ขนาดที่มีความกะทัดรัด ให้ประสิทธิภาพสูง ความประหยัด ความสะอาด ตลอดจนสมรรถนะ<br />
และที่สำคัญได้รับการผลิตเพียงแห่งเดียวที่ประเทศไทยเท่านั้น พร้อมนำส่งออกไปติดตั้งแพร่หลายในรถจักรยานยนต์ฮอนด้าทั่วโลก</p>
<p>บริษัท เอ.พี.ฮอนด้า จำกัด นำเทคโนโลยีล้ำสมัยสำหรับรถจักรยานยนต์ ได้แก่ ระบบจ่ายน้ำมันแบบหัวฉีด PGM-FI<br />
มาขยายการติดตั้งให้ครอบคลุมในรถจักรยานยนต์ฮอนด้าทุกรุ่นเร็วๆ นี้ เพื่อแสดงถึงความมุ่งมั่นสู่<br />
&#8221; การก้าวขึ้นเป็นองค์กรที่มีภาพลักษณ์เป็นที่ชื่นชอบมากที่สุด ควบคู่ไปกับการเป็นผู้นำที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม &#8221;<br />
สอดคล้องกับสภาวะปัจจุบันที่ราคาน้ำมันขยับพุ่งสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง ตลอดจนกระแสสังคมให้ความตระหนักต่อสิ่งแวดล้อม<br />
โดยระบบจ่ายน้ำมันแบบหัวฉีด PGM-FI มีคุณสมบัติเด่นคือ ทำให้เครื่องยนต์มีประสิทธิภาพสูงทั้งในด้านประหยัดน้ำมัน<br />
ให้ไอเสียสะอาด รวมถึงให้สมรรถนะเพิ่มมากขึ้น ติดตั้งในเครื่องยนต์ใหม่ของฮอนด้า</p>
<p style="text-align: center;"><strong><a href="http://www.centermocyc.com/wp-content/uploads/2010/01/earth1.jpg"><img class="size-full wp-image-71 aligncenter" style="border: 3px solid black; padding: 3px; margin-top: 3px; margin-bottom: 3px;" title="earth1" src="http://www.centermocyc.com/wp-content/uploads/2010/01/earth1.jpg" alt="PGM-FI" width="449" height="454" /></a><br />
</strong></p>
<p>รุ่น CZ-i ขนาด 110 ซีซี แบบ 4 จังหวะ<br />
ส่งผลให้เครื่องยนต์มีประสิทธิภาพสูง เมื่อเปรียบเทียบกับเครื่องยนต์รุ่นก่อนหน้านี้ที่มีขนาด 100 ซีซี แบบ 4 จังหวะ<br />
มีประสิทธิภาพโดดเด่นเหนือกว่าคือ ประหยัดน้ำมันมากขึ้น 18% (ทดสอบตามมาตรฐาน ECE 40 MODE)<br />
รวมถึงให้สมรรถนะสูงด้วยอัตราเร่งที่มากขึ้น 25%</p>
<p>รุ่น Click-i ขนาด 110 ซีซี แบบ 4 จังหวะ รถ A.T. ระบบสายพาน<br />
มีผลทำให้สมรรถนะสูง ตอบสนองเต็มกำลัง 110 ซีซี ด้วยอัตราเร่งที่มากขึ้น<br />
ประหยัดน้ำมันมากกว่าฮอนด้า Click รุ่นเดิมถึง 16% (ทดสอบตามมาตรฐาน ECE 40 mode)</p>
<p>นอกจากนั้นแล้ว รถจักรยานยนต์ฮอนด้ารุ่นใหม่ๆ ที่ได้รับการติดตั้งระบบจ่ายน้ำมันแบบหัวฉีด PGM-FI<br />
ยังสามารถรองรับข้อกำหนดมาตรฐานควบคุมไอเสียระดับ 6 ที่ทางรัฐบาลจะประกาศบังคับใช้ในประเทศไทยภายในระยะเวลาอันใกล้นี้<br />
ซึ่งนโยบายของฮอนด้าในครั้งนี้ นับเป็นการดำเนินการล่วงหน้าก่อนที่ข้อกำหนดนี้จะบังคับใช้อย่างเป็นทางการ<br />
โดยระบบ PGM-FI ให้ค่าสะอาดกว่ามาตรฐานระดับ 6 ถึง 50% ในขณะที่สะอาดกว่าค่ามาตราฐานระดับ 5<br />
ที่เป็นมาตรฐานที่ใช้อยู่ในปัจจุบัน ถึง 80% และที่สำคัญยังเป็นครั้งแรกของวงการรถจักรยานยนต์<br />
โดยระบบจ่ายน้ำมันแบบหัวฉีด PGM-FI สามารถรองรับการใช้น้ำมันเชื้อเพลิงแบบแก๊สโซฮอลล์ E20<br />
เป็นพัฒนาการใหม่ล่าสุดของเทคโนโลยีระบบหัวฉีด โดยเป็นการพัฒนาต่อเนื่องเป็นระบบหัวฉีด PGM-FI ยุคที่ 7 ของโลก<br />
โดยการผลิตขึ้นเฉพาะในประเทศไทยนั้น นับเป็นสิ่งสะท้อนถึงศักยภาพของโรงงานผลิตในประเทศไทย<br />
ซึ่งสามารถผลิตเทคโนโลยีระดับสูงและมีความก้าวล้ำนำสมัย อีกทั้งมีมาตรฐานและคุณภาพเป็นที่ยอมรับในระดับสากล<br />
ด้วยการนำส่งออกไปติดตั้งใช้งานอย่างแพร่หลายทั่วโลก</p>
<p><strong><span style="color: #ff0000;"><span style="color: #0000ff;">****** วิธีการทดสอบตามมาตรฐาน ECE 40 mode ******</span><br />
</span></strong>การทดสอบอัตราการประหยัดน้ำมันตามค่ามาตราฐาน ECE 40 Mode<br />
ใช้คอมพิวเตอร์เป็นตัวควบคุมการเดินคันเร่งเพื่อให้เกิดความเที่ยงตรง โดยคอมพิวเตอร์จะสั่งให้ทำการทดสอบหมุนวนแบบนี้<br />
ไปเรื่อยๆ จนถึงระยะทางที่ได้มีการกำหนดไว้ ซึ่งวิ่งอยู่กับที่บนเครื่องไดนาโมมิเตอร์เทสต์ หรือไดโนฯเทสต์<br />
มีรูปแบบการทดสอบที่ใกล้เคียงกับลักษณะการวิ่งใช้งานจริงบนท้องถนนของผู้ขับขี่คนไทยทั่วไป<br />
ใช้อัตราความเร็วไม่คงที่..เฉลี่ย 18.4 กม.ต่อชม. และใช้ความเร็วสูงสุดในการทดสอบที่ 50 กม.ต่อชม.<br />
รูปแบบการทดสอบ<br />
ทดสอบโดยเร่งจาก 0 ถึง 16 กม.ต่อชม.ที่เวลา 10 วินาที จับความเร็วคงที่ 10 วินาที แล้วยกคันเร่ง<br />
ต่อด้วยการเร่งจาก 0 ถึง 32 กม.ต่อชม.ที่เวลา 20 วินาที จับความเร็วคงที่ 20 วินาที แล้วยกคันเร่ง<br />
จากนั้นให้เร่งจาก 0 ถึง 50 กม.ต่อชม.ที่เวลา 20 วินาที จับความเร็วคงที่ 10 วินาที แล้วยกคันเร่ง<br />
เมื่อความเร็วตกลงมาถึง 35 กม.ต่อชม.ให้เดินคันเร่ง         ความเร็วคงที่ 10 วินาที แล้วยกคันเร่ง</p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.centermocyc.com/%e0%b8%a3%e0%b8%b0%e0%b8%9a%e0%b8%9a%e0%b8%ab%e0%b8%b1%e0%b8%a7%e0%b8%89%e0%b8%b5%e0%b8%94-pgm-fi-%e0%b8%82%e0%b8%ad%e0%b8%87%e0%b8%ae%e0%b8%ad%e0%b8%99%e0%b8%94%e0%b9%89%e0%b8%b2.html/feed</wfw:commentRss>
		<slash:comments>1</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>ชีวประวัติบุคคลยานยนต์โลก : โซอิชิโร ฮอนด้า</title>
		<link>http://www.centermocyc.com/soichiro-honda.html</link>
		<comments>http://www.centermocyc.com/soichiro-honda.html#comments</comments>
		<pubDate>Fri, 08 Jan 2010 05:49:07 +0000</pubDate>
		<dc:creator>admin</dc:creator>
				<category><![CDATA[เกร็ดความรู้]]></category>
		<category><![CDATA[Honda]]></category>
		<category><![CDATA[ฮอนด้า]]></category>
		<category><![CDATA[โซอิชิโร]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.centermocyc.com/?p=132</guid>
		<description><![CDATA[โซ อิชิโรฮอนด้าเกิดอยู่ในหมู่บ้านโคเมียวอำเภออิวาตะแถบชานเมืองประเทศญี่ปุ่น เป็นบุตรชายคนโตของครอบครัวฮอนด้าซึ่งมีอาชีพช่างตีเหล็กมาหลายชั่วอายุคน]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p><strong>วัยเด็ก</strong><br />
โซอิชิโรฮอนด้าผู้ก่อตั้งบริษัทฮอนด้ามอเตอร์จำกัด</p>
<p><strong>สภาพความเป็นอยู่ในวัยเด็ก</strong><br />
โซ อิชิโรฮอนด้าเกิดอยู่ในหมู่บ้านโคเมียวอำเภออิวาตะแถบชานเมืองประเทศญี่ปุ่น เป็นบุตรชายคนโตของครอบครัวฮอนด้าซึ่งมีอาชีพช่างตีเหล็กมาหลายชั่วอายุคน ครอบครัวของโซอิชิโรมีฐานะปานกลางทำให้ตอนเด็กโซอิชิโรมีโอกาสได้เรียน หนังสือจนจบชั้นประถม</p>
<p><a href="http://www.centermocyc.com/wp-content/uploads/2010/01/soichiro-4.jpg"><img class="alignleft size-medium wp-image-134" style="border: 3px solid black; margin: 3px; padding: 3px;" title="soichiro-4" src="http://www.centermocyc.com/wp-content/uploads/2010/01/soichiro-4-297x300.jpg" alt="Soichiro Honda,โซอิชิโร ฮอนด้า" width="260" height="262" /></a>โซอิชิโรสนใจเครื่องจักรมากตั้งแต่ยังไม่รู้ ความโดยเฉพาะเครื่องจักรของโรงสีข้าวเขาจะชอบเป็นพิเศษคุณปู่ต้องพาโซอิชิโร ไปโรงสีข้าวจนกระทั่งเดินได้พออายุประมาณ3ขวบโซอิชิโรก็ชอบแอบเข้าไปเล่นใน ที่ทำงานของพ่อโซอิชิโรเคยหนีโรงเรียนและขโมยเงินจากตู้ขี่จักรยานออกไปจาก บ้านถึงสถานที่แสดงโชว์ประมาณ20กิโลเมตรเพื่อที่จะไปชมการแสดงโชว์บินผาดโผน ของนักบินอเมริกาด้วยความอยากดูเครื่องบินมากโดยไม่นึกถึงโทษทัณฑ์ที่จะได้ รับเลยซึ่งหลังจากไปดูเครื่องบินที่ฮานามัตษุกลับมาโซอิชิโรก็ชอบเล่นเป็น นักบินอยู่ระยะหนึ่ง</p>
<p>โซอิชิโรเป็นเด็กที่หัวไวแต่ฉลาดแกมโกงครั้ง หนึ่งเขาได้แอบตีระฆังสัญญาณบอกเวลาเที่ยงก่อนเวลา1ชั่วโมงเพื่อจะได้ทาน มื้อเที่ยงก่อนเวลาเนื่องจากโซอิชิโรรู้สึกหิวข้าวมาก</p>
<p>โซอิชิโรชอบ เรียนวิชาศิลปะประดิษฐ์และคณิตศาสตร์แต่ไม่ชอบวิชาเขียนตัวอักษรด้วยพู่กัน หรือวิชาเรียงความทำให้เขามักหนีโรงเรียนไปเล่นอยู่ในป่าหลังโรงเรียนซึ่งโซ อิชิโรชอบไปเที่ยวเล่นสนุกในป่ากับเพื่อนๆอยู่เสมอบางครั้งก็ว่ายน้ำหรือ วิ่งเล่นกันเมื่อเวลาสมุดพกรายงานผลการเรียนออกมาเขาก็มีวิธีไม่ต้องเอาสมุด พกให้พ่อแม่ดูโดยทำปลอมตรานามสกุลขึ้นมาเองด้วยความที่โซอิชิโรเป็นเด็กซุก ซนทำให้ก่อเรื่องอยู่เป็นประจำซึ่งเวลาที่ถูกลงโทษผู้ที่เข้ามาช่วยอยู่เสมอ คือคุณย่า</p>
<p><span id="more-132"></span></p>
<p style="text-align: center;"><strong><a href="http://www.centermocyc.com/wp-content/uploads/2010/01/soichiro-11.jpg"><img class="size-full wp-image-136 aligncenter" style="border: 3px solid black; padding: 3px; margin-top: 3px; margin-bottom: 3px;" title="soichiro-11" src="http://www.centermocyc.com/wp-content/uploads/2010/01/soichiro-11.jpg" alt="" width="403" height="142" /></a><br />
ลักษณะนิสัยที่เรียกว่าฉายแววในวัยเด็ก</strong><br />
โซอิชิ โรมีนิสัยที่คิดอะไรแล้วเป็นนิ่งเฉยอยู่ไม่ได้ในตอนเด็กที่โซอิชิโรไม่ชอบใจ จมูกของรูปปั้นพระจิโซจึงทำให้โซอิชิโรเอาสิ่วมาตอกเพื่อแก้ให้รูปปั้นพระจิ โซหน้าตาดูดีขึ้นซึ่งความพิถีพิถันในเรื่องรูปร่างของวัตถุนี้ต่อมาในภาย หลังได้กลายมาเป็นรากฐานของการออกแบบผลิตภัณฑ์ฮอนด้าอันแปลกล้ำสมัย</p>
<p>โซ อิชิโรเป็นเด็กที่มีความมุมานะชอบทำอะไรให้สำเร็จมาตั้งแต่สมัยอยู่ชั้น ประถมเขาชอบพูดอยู่เสมอว่า“ถึงยังไงก็ต้องทำลูกเดียว”ซึ่งหมายความว่าไม่ว่า งานยากแค่ไหนก็ต้องลองทำดู“ทำลูกเดียว”ตอนที่โซอิชิโรเพิ่งเข้าโรงเรียน ประถมและยังว่ายน้ำไม่เป็นเขาคิดแต่เรื่องที่ว่าจะมีวิธีใดที่จะหัดว่ายน้ำ ให้เก่งๆทุกวันเมื่อได้ฟังคุณปู่เล่าเรื่องมนุษย์กินคนบนเกาะเมืองใต้โซอิชิ โรก็ได้ความคิดเกี่ยวกับวิธีหัดว่ายน้ำให้เก่งโดยการกินปลาเมดากะซึ่งว่าย น้ำเก่งโดยกลืนเข้าไปทั้งตัวทุกวันพลังของปลาเมดะอาจจะถ่ายทอดมาสู่ตัวคนกิน ก็ได้แต่โซอิชิโรก็ยังว่ายน้ำไม่เก่งสักทีเขาจึงได้ลองกลืนปลาฮายะที่ตัว ใหญ่กว่าแม้ว่ามันจะไม่ได้ช่วยอะไรกับโซอิชิโรเลยแต่ในที่สุดเขาก็ว่ายน้ำ เก่งจนได้</p>
<p style="text-align: center;"><a href="http://www.centermocyc.com/wp-content/uploads/2010/01/soichiro-21.jpg"><img class="size-full wp-image-139 aligncenter" style="border: 3px solid black; padding: 3px; margin-top: 3px; margin-bottom: 3px;" title="soichiro-21" src="http://www.centermocyc.com/wp-content/uploads/2010/01/soichiro-21.jpg" alt="" width="445" height="151" /></a></p>
<p><strong>ความฝันในวัยเด็ก</strong><br />
โซอิชิโรหลงไหลในการทำงานของ เครื่องยนต์มากเขามักจะรบเร้าให้ปู่พาไปดูเครื่องจักรในโรงสีข้าวซึ่งในปี 2456มันยังคงใช้เครื่องจักรเป็นตัวขับเคลื่อนให้ทำงานเพียงอย่างเดียวต่อมา ก่อนที่โซอิชิโรจะเรียนจบชั้นประถมปลายในปีหน้าได้มีรถยนต์อเมริกันบุโรทั่ง คันหนึ่งแล่นผ่านเข้าไปในหมู่บ้านของเขาเป็นครั้งแรกซึ่งในสมัยนั้นแม้แต่ใน เมืองฮานามัตษุรถยนต์ก็ยังหายากไม่ค่อยมีให้เห็นมากนักเสียงของเครื่องจักร ปลุกเร้าให้โซอิชิโรวิ่งออกมาริมถนนและจ้องมองมันด้วยความชื่นชมระคน ตื่นเต้นจนกระทั่งมันลับหายไปและนี่คือจุดกำเนิดซึ่งเป็นความคิดสร้างสรรค์ อันบริสุทธิ์ของเด็กชายวัย8ขวบที่มีความมุ่งมั่นและวาดหวังไว้ว่าสักวันเขา จะสร้างรถยนต์ด้วยมือเขาเองให้ได้</p>
<p><strong>ประสบการณ์ทำงาน</strong><br />
ด้วย ความที่โซอิชิโรอยากทำงานในอู่รถยนต์ทำให้เมื่อเขาเรียนจบชั้นประถมปลายโซอิ ชิโรจึงได้สมัครทำงานเป็นช่างฝึกงานซ่อมรถยนต์อยู่ที่บริษัทอาร์ตในโตเกียว ในระยะแรกโซอิชิโรต้องทำงานเลี้ยงเด็กกับงานจิปาถะโดยไม่ได้ฝึกงานซ่อมรถเลย ทำให้เขารู้สึกผิดหวังท้อแท้ขึ้นทุกวันถึงขนาดเคยหนีกลับบ้านแต่ก็ล้มเลิก ความตั้งใจและอดทนเป็นลูกมือฝึกหัดงานในอู่รถยนต์ต่อไปโดยมีช่างซ่อมรถรุ่น พี่ชื่อฮิโกะเป็นคนให้กำลังใจแก่โซอิชิโรจนวันหนึ่งในฤดูหนาวเกิดหิมะตกหนัก ในโตเกียวมีรถยนต์เข้ามาให้ซ่อมมากมายเจ้าของอู่ทำงานไม่ทันจึงสั่งให้โซอิ ชิโรช่วยทำงานง่ายๆซึ่งผลงานของเขาก็ได้รับการยอมรับจากเจ้าของอู่ดังนั้นโซ อิชิโรจึงได้รับผิดชอบงานมากขึ้นและได้ทำงานซ่อมรถที่ตัวเองปรารถนามากขึ้น และที่อู่รถยนต์นี้เองที่ได้ฝึกฝนให้โซอิชิโรได้กลายเป็นนายช่างที่มีฝีมือ ดี</p>
<p style="text-align: center;"><a href="http://www.centermocyc.com/wp-content/uploads/2010/01/soichiro-22.jpg"><img class="size-full wp-image-137 aligncenter" style="border: 3px solid black; padding: 3px; margin-top: 3px; margin-bottom: 3px;" title="soichiro-22" src="http://www.centermocyc.com/wp-content/uploads/2010/01/soichiro-22.jpg" alt="" width="447" height="97" /></a></p>
<p><strong>ก่อนการก่อตั้งธุรกิจ</strong><br />
สภาพของธุรกิจในขณะนั้น<br />
ในขณะ นั้นประเทศญี่ปุ่นมีสภาพเศรษฐกิจที่ดีมีการสร้างอาคารบ้านเรือนกันอย่างมาก มายประชาชนมีรายได้สูงทำให้ชนชั้นสูงส่วนใหญ่ในสังคมจะมีรถยนต์ใช้กันอย่าง แพร่หลายซึ่งทำให้รถยนต์ไม่ใช่ของแปลกแม้แต่ตามบ้านนอกก็ยังสามารถเห็นรถ ยนต์ได้ทั่วไป</p>
<p>สภาพของธุรกิจอู่ซ่อมรถในขณะนั้นแทบจะไม่มีการแข่งขัน เลยเนื่องจากการทำธุรกิจอู่ซ่อมรถจะต้องมีช่างซ่อมที่มีฝีมือในการซ่อมรถ เพื่อสามารถดึงดูดลูกค้าที่มาซ่อมรถได้แต่ในขณะนั้นช่างซ่อมรถยนต์ที่มี ฝีมือมีจำนวนไม่มากนักอีกทั้งลูกค้าส่วนมากก็จะมีอู่ซ่อมรถประจำอยู่แล้วจึง นิยมนำรถยนต์ไปซ่อมที่อู่ซ่อมรถประจำและลูกค้าจะไม่นำรถยนต์ไปลองซ่อมในอู่ ซ่อมรถยนต์ที่เพิ่งเปิดใหม่</p>
<p><strong>ภาพเหตุการณ์ในขณะนั้น</strong><br />
หลัง จากที่โซอิชิโรได้เข้ามาฝึกงานที่อู่ซ่อมรถยนต์ของบริษัทอาร์ตโตเกียวได้5ปี แล้วทางอู่ได้ขยายกิจการออกไปจึงมีการรับเด็กใหม่เข้ามาฝึกงานและหัวหน้าได้ ให้โซอิชิโรกลับไปบ้านเกิดที่ฮานามัตษุเพื่อเปิดสาขาอู่ซ่อมรถยนต์ของบริษัท อาร์ตที่นั่น</p>
<p><strong>โอกาสที่มองเห็น</strong><br />
ในขณะนั้นธุรกิจอู่ซ่อมรถ ยนต์แทบจะไม่มีการแข่งขันอู่ซ่อมรถในเมืองฮานามัตษุมีเพียง2-3แห่งเท่านั้น ขณะที่มีผู้ใช้รถยนต์กันเป็นจำนวนค่อนข้างมากเพราะเนื่องจากการทำธุรกิจอู่ ซ่อมรถยนต์จะต้องการช่างซ่อมที่มีฝีมือในการซ่อมรถเพื่อสามารถดึงดูดลูกค้า ที่มาซ่อมรถได้</p>
<p style="text-align: center;"><a href="http://www.centermocyc.com/wp-content/uploads/2010/01/soichiro-12.jpg"><img class="size-full wp-image-138 aligncenter" style="border: 3px solid black; padding: 3px; margin-top: 3px; margin-bottom: 3px;" title="soichiro-12" src="http://www.centermocyc.com/wp-content/uploads/2010/01/soichiro-12.jpg" alt="" width="448" height="122" /></a></p>
<p><strong>แรงบันดาลใจที่ทำให้สร้างธุรกิจขึ้นมา</strong><br />
เนื่อง จากหัวหน้าที่บริษัทอาร์ตโตเกียวได้เห็นแววของโซอิชิโรว่าเขามีฝีมือดีพอที่ จะทำงานซ่อมรถยนต์ตามลำพังได้เมื่อหัวหน้าได้ขยายอู่ซ่อมรถให้ใหญ่ขึ้นจึง ได้สั่งให้โซอิชิโรกลับไปเปิดสาขาอู่ซ่อมรถของบริษัทอาร์ตที่ฮานามัตษุซึ่ง เป็นบ้านเกิดของโซอิชิโร</p>
<p>ซึ่งทำให้โซอิชิโรรู้สึกเชื่อมั่นในฝีมือ ของตนและเขายังมีความละเอียดถี่ถ้วนในการทำงานอย่างมากโซอิชิโรคิดว่าถ้าเขา ตั้งอู่ซ่อมรถยนต์ของตนเองขึ้นมาอู่ของเขาสามารถจะซ่อมรถยนต์ให้ลูกค้าได้ เป็นอย่างดีและจะทำให้มีงานซ่อมรถเข้ามาในอู่อย่างมากมาย</p>
<p><strong>การก่อตั้งธุรกิจ</strong><br />
เมื่อจะเริ่มก่อตั้งธุรกิจโซอิชิโรได้ใช้เงิน ที่สะสมมาจากการทำงานที่อู่ซ่อมรถยนต์บริษัทอาร์ตโตเกียวนำมาใช้ซื้อเครื่อง มือเครื่องใช้ที่จำเป็นในการซ่อมรถและได้เปิดอู่ซ่อมรถยนต์ขึ้นที่ตำบลโมโต ฮามะอำเภอฮามามัตษุโดยพนักงานในอู่ซ่อมรถยนต์ของโซอิชิโรมีเพียงเด็กรับใช้ จิปาถะเพียงคนเดียวเท่านั้น</p>
<p><strong>อุปสรรคที่พบและทางแก้ไข</strong><br />
ใน ช่วงสงครามจีนญี่ปุ่นการควบคุมสินค้าในประเทศญี่ปุ่นเข้มงวดมากขึ้นทำให้รถ เก๋งกลายเป็นสินค้าฟุ่มเฟือยซึ่งส่งผลให้ความฝันที่จะสร้างรถยนต์เองของโซอิ ชิโรเลือนหายไปไกลพนักงานผู้ชำนาญบางคนก็ถูกเกณฑ์ทหารบางคนก็แยกไปตั้งอู่ ของตนบริษัทอาร์ตจึงมาถึงจุดเปลี่ยนแปลงโดยโซอิชิโรต้องการจะเลิกโรงงานซ่อม รถยนต์และเปลี่ยนมาทำพิสตั้นริง(วงแหวนโลหะซึ่งมีความยืดหยุ่นสำหรับครอบใน ลูกสูบ)แทนเพราะต่อไปการควบคุมสินค้าจะเข้มงวดขึ้นทุกทีทำให้อะไหล่ต่างๆที่ ใช้ในการซ่อมรถจะขาดแคลนแต่ถ้าตัดสินใจเปลี่ยนไปผลิตพิสตั้นริงจะใช้วัสดุ น้อยกว่าและยังขายได้ราคาดีกว่าแต่พนักงานระดับบริหารก็คัดค้านทำให้แผนการ เปลี่ยนไปสู่งานผลิตของโซอิชิโรไม่สำเร็จซึ่งเหตุการณ์นี้ส่งผลให้โซอิชิโร ป่วยด้วยโรคปวดประสาทที่หน้าทำให้ต้องไปรักษาตัวที่โรงพยาบาลและไปแช่น้ำแร่ จน2เดือนต่อมาพนักงานระดับบริหารคนสนิทของโซอิชิโรได้อธิบายเรื่องแหวนลูก สูบอย่างละเอียดและโน้มน้าวให้ผู้บริหารคนอื่นยอมเข้าใจและตกลงในการเปลี่ยน มาทำโรงงานผลิตพิสตั้นริงตามแผนของโซอิชิโรจนได้ซึ่งหลังจากโซอิชิโรได้รับ ข่าวดีโรคปวดประสาทซึ่งทรมานเขามานานก็หายเป็นปลิดทิ้งอย่างไม่น่าเชื่อ</p>
<p>แต่ ในการทดลองทำแหวนลูกสูบก็ประสบกับอุปสรรคอีกเพราะแหวนลูกสูบที่ทำขึ้นมาล้วน แต่มีข้อบกพร่องแม้จะแก้ไขใหม่หลายครั้งก็ยังใช้ไม่ได้โซอิชิโรเที่ยวสอบถาม ที่โน่นที่นี่เพื่อค้นหาสาเหตุในที่สุดเขาก็พบว่าสาเหตุมาจากแหวนลูกสูบขาด ซิลิคอนซึ่งทำให้เคลื่อนไหวได้ไม่ราบรื่นดังนั้นโซอิชิโรจึงต้องสมัครเป็น นักเรียนสมทบภาคค่ำที่โรงเรียนช่างอุตสาหกรรมฮานามัตษุเพื่อศึกษาเพิ่มเติม สิ่งใดที่โซอิชิโรไม่รู้เขาก็ยอมกราบกรานขอให้ผู้อื่นสอนโซอิชิโรเรียนและทำ วิจัยไปพร้อมกันหลังจากเริ่มทำการทดลองทำแหวนลูกสูบได้ประมาณ9เดือนก็ประสบ ความสำเร็จสามารถผลิตแหวนลูกสูบที่คุณภาพใช้ได้และโซอิชิโรได้ตั้งโรงงานไท โกเซกิขึ้นเพื่อผลิตวงแหวนลูกสูบจำนวนมากแต่โซอิชิโรก็ต้องประสบปัญหาด้าน คุณภาพของผลิตภัณฑ์อีกทำให้โซอิชิโรต้องเดินทางไปหาความรู้เพิ่มเติมอีกที่ มหาวิทยาลัยจักรพรรดิแห่งภาคอีสานซึ่งเป็นยอดแห่งวิชาด้านโลหะและโรงงาน เหล็กมูโรรังซึ่งเก่งด้านเทคโนโลยีในการผลิตกระบอกปืน</p>
<p><a href="http://www.centermocyc.com/wp-content/uploads/2010/01/soichiro-3.jpg"><img class="alignleft size-full wp-image-135" style="border: 2px solid black; margin: 2px 3px; padding: 3px;" title="soichiro-3" src="http://www.centermocyc.com/wp-content/uploads/2010/01/soichiro-3.jpg" alt="" width="249" height="250" /></a>ในช่วงหลัง สงครามโลกครั้งที่2ประเทศญี่ปุ่นประสบภาวะเศรษฐกิจตกต่ำที่สุดทำให้ยอดขายรถ ของฮอนด้าลดลงอย่างมากและสินค้าหลักของฮอนด้ามีปัญหาคือรถรุ่นDreamทำให้ฮอน -ด้าจำเป็นที่จะต้องหันกลับมาผลิตรถรุ่นDream200ซีซีที่คนนิยมอีกเพื่อให้ รอดพ้นจากวิกฤตครั้งนี้ไปให้ได้โดยฝ่ายบริหารจำเป็นต้องจัดประชุมผู้ส่ง วัสดุอุปกรณ์ให้ฮอนด้าเพื่อขอความร่วมมือในการที่ฮอนด้าจะชำระเงินค่าวัสดุ อุปกรณ์ที่สั่งมาเพียง30%ก่อนเท่านั้นและผู้ส่งวัสดุอุปกรณ์ทุกคนก็ให้ความ ร่วมมือกับทางฮอนด้าต่อมาโซอิชิโรก็สามารถหาต้นเหตุแห่งปัญหาของรถรุ่น Dreamที่มาจากคาร์บูเรเตอร์และดำเนินการแก้ไขปรับปรุงจนสำเร็จได้ทำให้ยอด ขายรถรุ่นDreamก็กลับฟื้นขึ้นมาอีกครั้ง</p>
<p>ในช่วงที่บริษัทฮอนด้า สามารถครองความเป็นเจ้าในวงการรถสองล้อของโลกได้สำเร็จโซอิชิโรได้ทำตามเป้า หมายต่อไปของเขาคือรถ4ล้อและเพื่อเป้าหมายนี้โซอิชิโรได้แยกฝ่ายวิจัยออกมา ก่อตั้งเป็นสถาบันวิจัยเทคโนโลยีฮอนด้า(บริษัทจำกัด)เพื่อทำการวิจัยและ พัฒนารถสี่ล้อแต่ปรากฎว่าทางรัฐบาลกำลังจะมีการออกกฎหมายเพื่อป้องกันให้มี บริษัทผลิตรถยนต์4ล้อเพิ่มขึ้นอีกเพราะรัฐบาลเกรงว่าถ้าปล่อยให้มีผู้ผลิตรถ ยนต์4ล้อมากเกินไปจนเกิดการแข่งขันกันอย่างเกินขอบเขตจะทำให้พลังแข่งขันกับ ต่างประเทศของประเทศญี่ปุ่นตกต่ำลงดังนั้นบริษัทฮอนด้าจึงต้องเร่งผลิตรถ ยนต์4ล้อออกสู่ตลาดเพื่อเอาสิทธิในการผลิตให้ได้ก่อนด้วยเหตุนี้สถาบันวิจัย เทคโนโลยีฮอนด้าจึงลงมือวิจัยและพัฒนารถยนต์4ล้ออย่างเร่งด่วนและสามารถออก รถรุ่นแรกคือรถบรรทุกเล็กT360และรถสปอร์ตขนาดเล็กS360ได้ในที่สุดและเป็นการ ประกาศย่างก้าวเข้าสู่วงการรถยนต์ของฮอนด้า</p>
<p><strong>แนวคิดในการดำเนินธุรกิจในช่วงเริ่มต้น</strong><br />
ช่วง เริ่มต้นโซอิชิโรดำเนินธุรกิจด้วยแนวคิดที่ต้องพัฒนาตนเองอยู่ตลอดเวลาต้อง นำหน้าคนอื่นอยู่เสมอโดยงานที่ไม่มีใครทำเขาจะทำโซอิชิโรได้พยายามพันไดนาโม ใหม่จนสำเร็จสามารถชาร์จไฟได้ซึ่งในสมัยนั้นยังเป็นงานที่ไม่มีใครทำใน ญี่ปุ่นเพราะถ้าทำอะไรเหมือนคนอื่นชื่อเสียงของบริษัทอาร์ตต้องเสื่อมแน่ ซึ่งโซอิชิโรมักไม่พอใจในสภาพปัจจุบันเขาจะหมั่นปรับปรุงอยู่เสมอโดยต่อมาโซ อิชิโรได้ปรับปรุงซี่ล้อไม้ซึ่งบิดเบี้ยวง่ายไหม้ง่ายและยังใช้ไม่สะดวก เปลี่ยนมาทำซี่ล้อด้วยโลหะหล่อแทนซึ่งซี่ล้อเหล็กที่โซอิชิโรคิดค้นขึ้นนั้น ได้รับคำชมเชยมากเมื่อส่งไปในงานแสดงสินค้าอุตสาหกรรมแห่งชาติและยังผลิตส่ง ออกไปขายถึงประเทศอินเดีย</p>
<p><strong>วิธีเอาชนะคู่แข่งที่เป็นเจ้าตลาด</strong><br />
โซ อิชิโรใช้การพัฒนารถของฮอนด้าอยู่ตลอดเวลาโดยทุ่มเททั้งประสบการณ์และความ คิดสร้างสรรรค์ของเขาเพื่อที่จะทำให้ฮอนด้าเป็นรถที่มีเทคโนโลยีที่ดีที่สุด เท่าที่มนุษย์จะพึงกระทำได้อีกทั้งโซอิชิโรยังต้องการที่จะทำให้รถของบริษัท ฮอนด้าก้าวขึ้นสู่ความเป็นระดับโลกด้วยส่งรถฮอนด้าเข้าร่วมการแข่งขันรถสูตร 1ฟอร์มูลาร์-วันที่ใช้เทคโนโลยีชั้นสูงหลังจากลงสนามแข่งรถยนต์ได้2ปีรถของ ฮอนด้าก็สามารถก็สามารถคว้าชัยชนะเป็นครั้งแรกสำหรับF1กรังด์ปรีซ์ซึ่งเป็น การประกาศศักดาทางเทคโนโลยีของฮอนด้าให้โลกรับรู้</p>
<p><strong>จุดพลิกผันของธุรกิจ</strong><br />
หลัง จากเมืองฮานามัตษุได้ถูกกองทัพอเมริกันทิ้งระเบิดอย่างหนักหน่วงจนกระทั่ง ถูกไหม้รายเป็นหน้ากลองสงครามก็ได้สิ้นสุดลงโซอิชิโรก็ขายสิทธิ์ในกิจการ บริษัทไทโกเซกิให้กับบริษัทโตโยดะไปหมดสิ้นและเขาได้เริ่มใช้ชีวิตเที่ยว เล่นตามสบายที่บ้านเดิมของภรรยาแต่ไม่นานนักโซอิชิโรก็เริ่มเบื่อการเที่ยว เล่นและเขาได้ซื้อโรงงานร้างจากบ้านเกิดและนำมาสร้างใหม่บนที่ดินของบริษัท โทโกเซกิเดิมที่เมืองฮานามัตษุและขึ้นป้ายในนามของ“สถานวิจัยเทคโนโลยี ฮอนด้า”ขึ้นมาโซอิชิโรได้ลองผิดลองถูกมาตลอดในการหาว่าจะผลิตสินค้าอะไรดีจน กระทั่งวันหนึ่งโซอิชิโรได้ผลิตรถจักรยานติดเครื่องยนต์ออกมาจำหน่ายและตลาด ได้ตอบรับรถจักรยานติดเครื่องยนต์นี้อย่างมากโดยมีการสั่งซื้อจนสถานวิจัย เทคโนโลยีฮอนด้าผลิตให้ไม่ทันทำให้สถานวิจัยฮอนด้าต้องจ้างพนักงาน12คนและทำ งานเต็มกำลังทุกวัน</p>
<p><strong>ต่อมาชื่อเสียงของรถจักรยานติดเครื่องยนต์ขจรขจายก็เริ่มมีผู้ผลิตเลียนแบบแต่ทว่า</strong><br />
โซ อิชิโรได้พยายามไปข้างหน้าหนึ่งก้าวเสมอด้วยการพัฒนาเครื่องยนต์ติดรถ จักรยานแบบAขึ้นมาด้วยตนเองและต่อมาก็ได้พัฒนาจนสามารถผลิตรถจักรยานยนต์ รุ่นแรกของบริษัท(รุ่นDreamD)ออกมาจำหน่ายได้แม้ว่ายอดขายรถDreamDจะดีแต่ก็ ไม่สามารถเก็บเงินจากการขายสินค้าไปแล้วได้เป็นจำนวนมากจนกระทั่งมีเพื่อน สนิทซึ่งเข้าใจสภาพทางด้านการขายของบริษัทฮอนด้าแนะนำให้โซอิชิโรได้รู้จัก กับฟุจิซาวะซึ่งมีความสามารถทางด้านธุรกิจอย่างมากมาเป็นผู้ร่วมงานและช่วย วางรากฐานให้กับบริษัททั้งในด้านการจัดหาทุนเพื่อขยายและวางเครือข่ายการจัด จำหน่ายที่ดีให้แก่บริษัทฮอนด้าทำให้ช่วยลดภาระของโซอิชิโรลงได้อย่างมากและ ช่วยให้เขาได้ใช้พรสวรรค์ที่มีอย่างเต็มที่ในการพัฒนารถของฮอนด้าซึ่งต่อมา โซอิชิโรก็สามารถคิดค้นรถจักรยานยนต์รุ่นDreamซึ่งใช้เครื่องยนต์แบบ E(4จังหวะ146ซีซี)และรถจักรยานยนต์ติดเครื่องยนต์รุ่นใหม่CABF(เครื่องยนต์ 50ซีซี1.2แรงม้า)ออกมาได้โดยรถจักรยานยนต์2รุ่นนี้ของฮอนด้าได้รับความนิยม สูงมากทำให้โรงงานเดิมมีกำลังการผลิตไม่เพียงพอโซอิชิโรจึงต้องสร้างโรงงาน ใหม่เพิ่มขึ้นและมีการลงทุนด้านอุปกรณ์และเครื่องจักรอย่างมโหฬารส่งผลให้ บริษัทฮอนด้าได้กลายมาเป็นบริษัทผู้ผลิตรถจักรยานยนต์ที่ใหญ่ที่สุดในประเทศ ญี่ปุ่นได้ในที่สุด<br />
<strong><br />
การขยายธุรกิจ</strong><br />
เมื่อบริษัทฮอนด้า มีแผนการผลิตสินค้าใหม่ๆหลายอย่างออกมาซึ่งทำให้ต้องมีการซื้อเครื่องจักร จากต่างประเทศมาเพิ่มเติมราคาสูงถึง1,500ล้านซึ่งการลงทุนอุปกรณ์และเครื่อง จักรอย่างมโหฬารของบริษัทฮอนด้าครั้งนี้ทำให้บริษัทกลายเป็นผู้ผลิต จักรยานยนต์ที่ใหญ่ที่สุดในญี่ปุ่นแล้วนั้นโซอิชิโรได้ส่งรถจักรยานยนต์ของ ฮอนด้าเข้าแข่งT.T.Race(TouristRace)ที่เกาะแมนของอังกฤษซึ่งเป็นการแข่งขัน ระหว่างนักแข่งรถระดับยอดของโลกเพื่อชิงความเป็นเจ้าในด้านเทคนิคและความ เร็วเปรียบเหมือนโอลิมปิกของรถจักรยานยนต์เพื่อต้องการให้รถจักรยานยนต์ของ ฮอนด้าก้าวขึ้นสู่ระดับโลกโดยฮอนด้าได้สร้างแผนกวิจัยขึ้นเพื่อพัฒนารถแข่ง ขึ้นมาในระยะเวลา2ปีหลังจากนั้นรถจักรยานยนต์ของฮอนด้าก็สามารถคว้าแชมป์ของ การแข่งขันT.T.Raceที่เกาะแมนนั้นได้</p>
<p>เมื่อฮอนด้าสามารถครองความเป็น เจ้าในวงการรถสองล้อของโลกได้สำเร็จโซอิชิโรก็มีเป้าหมายต่อไปคือการผลิตรถ สี่ล้อเพื่อทำตามความฝันตั้งแต่เยาว์วัยของเขาโดยโซอิชิโรได้ทำการแยกฝ่าย วิจัยออกมาเพื่อก่อตั้งเป็นสถาบันวิจัยเทคโนโลยีฮอนด้า(บริษัทจำกัด)เพื่อทำ การวิจัยและพัฒนารถยนต์4ล้อจนในที่สุดฮอนด้าก็สามารถออกรถของบริษัทรุ่นแรก ได้คือรถบรรทุกเล็กT360และรถสปอร์ตขนาดเล็กS360</p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.centermocyc.com/soichiro-honda.html/feed</wfw:commentRss>
		<slash:comments>1</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>การดูแลรักษา รถมอเตอร์ไซด์</title>
		<link>http://www.centermocyc.com/%e0%b8%94%e0%b8%b9%e0%b9%81%e0%b8%a5%e0%b8%a3%e0%b8%b1%e0%b8%81%e0%b8%a9%e0%b8%b2-%e0%b8%a3%e0%b8%96%e0%b8%a1%e0%b8%ad%e0%b9%80%e0%b8%95%e0%b8%ad%e0%b8%a3%e0%b9%8c%e0%b9%84%e0%b8%8b%e0%b8%95%e0%b9%8c.html</link>
		<comments>http://www.centermocyc.com/%e0%b8%94%e0%b8%b9%e0%b9%81%e0%b8%a5%e0%b8%a3%e0%b8%b1%e0%b8%81%e0%b8%a9%e0%b8%b2-%e0%b8%a3%e0%b8%96%e0%b8%a1%e0%b8%ad%e0%b9%80%e0%b8%95%e0%b8%ad%e0%b8%a3%e0%b9%8c%e0%b9%84%e0%b8%8b%e0%b8%95%e0%b9%8c.html#comments</comments>
		<pubDate>Wed, 06 Jan 2010 04:53:12 +0000</pubDate>
		<dc:creator>admin</dc:creator>
				<category><![CDATA[เกร็ดความรู้]]></category>
		<category><![CDATA[กระบอกโช้ค]]></category>
		<category><![CDATA[รถมอเตอร์ไซด์]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.centermocyc.com/?p=92</guid>
		<description><![CDATA[การดูแลมอเตอร์ไซต์ขั้นพื้นฐานเพื่อยืดอายุการใช้งานของมอเตอร์ไซต์ออกไปได้อีก]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p>เพื่อยืดอายุการใช้งานของรถมอเตอร์ไฟฟ้า -  จักรยานไฟฟ้า ควรมีการดูแลรักษา</p>
<p><strong>รถ มอเตอร์ไซค์ไฟฟ้า – จักรยานไฟฟ้า อย่างถูกต้อง  ดังนี้</strong></p>
<p>1.      เมื่อ มีการหยุดใช้รถทุกครั้งควรปิด สวิตซ์กุญแจทุกครั้งทันที เพื่อป้องกันการบิดคันเร่ง จะทำให้ เครื่องทำงานทันที อาจทำงานเกิดอุบัติเหตุได้</p>
<p>2.      หลังการใช้งานทุกครั้งควรชาร์ตไฟให้เต็มทุกครั้งก่อนนำไปใช้งาน</p>
<p>3.      หมั่นตรวจดูระบบวงล้อหากมีอาการติดขัด ฝืดหรือมีเสียงดังผิดปกติ  ตลับลูกปืนในวงล้ออาจผิดปกติ  ควรส่งให้ศูนย์บริการตรวจเช็คโดยด่วน</p>
<p>4.      หากโช๊คอั๊บของรถมีน้ำมันรั่วซึม ควรส่งให้ศูนย์บริการตรวจเช็คและแก้ไขทันที</p>
<p>5.      หมั่นตรวจเช็คระบบเบรคของรถว่าทำงานสมบูรณ์หรือไม่ หากระบบเบรคไม่ทำงานควรรีบแก้ไข</p>
<p>6.      ไม่ควรดัดแปลงส่วนต่างๆของตัวรถ เพราะอาจทำให้รถเสียการทรงตัวได้  เมื่อขับขี่อาจทำให้เกิดอันตรายหรืออุบัติเหตุได้</p>
<p>7.      ควรรักษาความสะอาดของรถอยู่เสมอ จะทำให้รถของท่านน่าขับขี่</p>
<p>8.      ไม่ควรบรรทุกผู้โดยสารเกินกว่ากำหนด  เพราะจะทำให้มอเตอร์ทำงานหนักและอายุการใช้งานของมอเตอร์จะลดลง</p>
<p>9.      หมั่นตรวจดูระบบไฟของรถ ถ้าหลอดไฟขาดควรแก้ไข เพื่อความปลอดภัยในการขับขี่ รถมอเตอร์ไฟฟ้า ในเวลากลางคืน</p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.centermocyc.com/%e0%b8%94%e0%b8%b9%e0%b9%81%e0%b8%a5%e0%b8%a3%e0%b8%b1%e0%b8%81%e0%b8%a9%e0%b8%b2-%e0%b8%a3%e0%b8%96%e0%b8%a1%e0%b8%ad%e0%b9%80%e0%b8%95%e0%b8%ad%e0%b8%a3%e0%b9%8c%e0%b9%84%e0%b8%8b%e0%b8%95%e0%b9%8c.html/feed</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>ข้อแนะนำในการขอดำเนินการทางทะเบียนและภาษีรถ</title>
		<link>http://www.centermocyc.com/%e0%b8%94%e0%b8%b3%e0%b9%80%e0%b8%99%e0%b8%b4%e0%b8%99%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b8%97%e0%b8%b2%e0%b8%87%e0%b8%97%e0%b8%b0%e0%b9%80%e0%b8%9a%e0%b8%b5%e0%b8%a2%e0%b8%99.html</link>
		<comments>http://www.centermocyc.com/%e0%b8%94%e0%b8%b3%e0%b9%80%e0%b8%99%e0%b8%b4%e0%b8%99%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b8%97%e0%b8%b2%e0%b8%87%e0%b8%97%e0%b8%b0%e0%b9%80%e0%b8%9a%e0%b8%b5%e0%b8%a2%e0%b8%99.html#comments</comments>
		<pubDate>Sun, 03 Jan 2010 23:14:29 +0000</pubDate>
		<dc:creator>admin</dc:creator>
				<category><![CDATA[เกร็ดความรู้]]></category>
		<category><![CDATA[กรณีรถหาย]]></category>
		<category><![CDATA[การเปลี่ยนประเภทรถ]]></category>
		<category><![CDATA[การโอนทะเบียนรถ]]></category>
		<category><![CDATA[ทะเบียนรถ]]></category>
		<category><![CDATA[ภาษีรถ]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.centermocyc.com/?p=87</guid>
		<description><![CDATA[ข้อแนะนำในการขอดำเนินการทางทะเบียนและภาษีรถ 
มีขั้นตอนต่าง ๆ ดังต่อไปนี้ ]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p><a href="http://www.centermocyc.com/wp-content/uploads/2010/01/news20090827171057.jpg"><img class="alignnone size-full wp-image-88" style="border: 3px solid black; margin: 3px; padding: 2px;" title="news20090827171057" src="http://www.centermocyc.com/wp-content/uploads/2010/01/news20090827171057.jpg" alt="" width="396" height="316" /></a></p>
<p><strong>ข้อแนะนำในการขอดำเนินการทางทะเบียนและภาษีรถ</strong></p>
<p>1. การจดทะเบียนและเสียภาษีรถใหม่</p>
<p><strong>หลักฐานเอกสารที่ใช้</strong></p>
<p>(1) หนังสือรับรองการส่งบัญชีรับจำหน่ายรถ<br />
(2) ใบแจ้งจำหน่าย<br />
(3) ใบเสร็จรับเงิน พร้อมใบกำกับภาษี<br />
(4) สัญญาเช่าซื้อ หรือสัญญาอื่นๆ ที่แสดงกรรมสิทธิ์ หรือสิทธิการครอบครองรถตามกฏหมาย<br />
(5) ใบมอบอำนาจในกรณีที่ผู้ประกอบการขนส่งไม่มาดำเนินการด้วยตนเอง</p>
<p><strong>ขั้นตอนการดำเนินการ</strong><br />
(1) หลักฐานการได้รับอนุญาตประกอบการขนส่ง<br />
(2) นำรถเข้าตรวจสภาพรถ ณ งานตรวจสภาพรถ<br />
(3) เมื่อผ่านการตรวจสภาพรถ ให้นำหลักฐานการจดทะเบียนรถพร้อมใบตรวจสภาพรถ ไปจดทะเบียนที่งานทะเบียนรถ<br />
(4) คำนวณภาษีรถ รับชำระภาษี<br />
(5) ออกหมายเลขทะเบียนรถ<br />
(6) ออกหมายเลขทะเบียนรถ<br />
(7) ออกป้ายแสดงการจดทะเบียน<br />
(8) เสนอนายทะเบียนลงนาม</p>
<p><strong>2. การต่ออายุทะเบียนและเสียภาษีรถ</strong><br />
(1) ยื่นคำขอตามแบบพิมพ์ พร้อมหนังสือแสดงการจดทะเบียนรถ<br />
(2) นำรถเข้าตรวจสภาพ<br />
(3) นำหลักฐานใบรับรองการตรวจสภาพรถไปยื่นชำระภาษี ที่งานทะเบียนรถ<br />
(4) ออกเครื่องหมายแสดงการเสียภาษี และบันทึกรายการเสียภาษีในหนังสือแสดงการจดทะเบียน และต้นขั้วทะเบียนรถ<br />
(5) เสนอนายทะเบียนลงนาม</p>
<p><strong>3. การโอนทะเบียนรถ</strong><br />
1) ผู้โอนและผู้รับโอน ต้องยื่นคำขอแบบเรื่องราวขอโอนและรับโอน หากจะให้ผู้อื่นไปทำการแทน ต้องนำใบมอบอำนาจตามกฎหมายพร้อมสำเนาทะเบียนบ้าน บัตรประจำตัวประชาชน หรือ หนังสือรับรองการจดทะเบียนนิติบุคคลของผู้โอนและผู้รับโอน<br />
(2) แนบหนังสือแสดงการจดทะเบียนรถพร้อมหลักฐานแสดงกรรมสิทธิ์ หรือสิทธิการครอบครองรถ ของผู้โอน เช่น ใบเสร็จรับเงินค่ารถ สัญญาเช่าซื้อหรือสัญญาอื่น ๆ<br />
(3) นำรถไปตรวจสอบเลขคัสซี เลขเครื่องยนต์จากช่างตรวจสภาพรถ<br />
(4) เสียค่าธรรมเนียมการโอนทะเบียนรถ 200 บาท</p>
<p><strong>4. การแจ้งย้ายออก</strong><br />
(1) ยื่นคำขอตามแบบคำขออื่น ๆ หากจะให้ผู้อื่นไปทำการแทน ต้องทำใบมอบอำนาจตาม กฎหมาย<br />
(2) แนบหนังสือแสดงการจดทะเบียนรถ แนบหลักฐานการได้รับอนุญาตประกอบการขนส่งของจัง หวัดปลายทาง ระบุรถคันที่จะแจ้งย้ายออก</p>
<p><strong>5. การแจ้งย้ายเข้า</strong><br />
(1) ยื่นคำขอตามแบบคำขออื่น ๆ หากจะให้ผู้อื่นไปทำการแทน ต้องทำใบมอบอำนาจตาม กฎหมายพร้อมสำเนาทะเบียนบ้าน บัตรประจำตัวประชาชนหรือหนังสือรับรองการจดทะเบียน นิติบุคคล<br />
(2) แนบหนังสือแสดงการจดทะเบียนรถพร้อมกับหนังสือแสดงการแจ้งย้ายเข้า<br />
(3) นำรถที่แจ้งย้ายเข้าไปรับการตรวจสอบหมายเลขคัสซี เลขเครื่องยนต์ จากช่างตรวจสภาพรถ<br />
(4) นำแผ่นป้ายเลขทะเบียนรถเดิมที่ย้ายออกมาไปคืน<br />
(5) เสียค่าธรรมเนียมแผ่นป้ายเลขทะเบียนรถใหม่ 200 บาท</p>
<p><strong>6. การเปลี่ยนประเภทรถ</strong><br />
(1) ยื่นคำขอตามแบบคำขออื่น ๆ หากจะให้ผู้อื่นไปทำการแทน ต้องทำใบมอบอำนาจตาม กฎหมาย<br />
(2) แนบหนังสือแสดงการจดทะเบียนรถ<br />
(3) นำรถเข้าตรวจสภาพ<br />
(4) นำแผ่นป้ายเลขทะเบียนรถที่จดทะเบียนไว้ประเภทเดิมไปคืน<br />
(5) เสียค่าธรรมเนียมแผ่นป้ายเลขทะเบียนรถ 200 บาท ค่าธรรมเนียมเปลี่ยนประเภท 20 บาท<br />
(6) เสียภาษีเพิ่ม กรณีประเภทใหม่มีอัตราภาษีสูงกว่าเดิม</p>
<p><strong>7. การเปลี่ยนแปลงสาระสำคัญของรถ</strong><br />
(1) ยื่นคำขอตามแบบขอเปลี่ยนแปลงสาระสำคัญ ก่อนที่จะทำการเปลี่ยนแปลงสาระสำคัญ หาก จะให้ผู้อื่นไปทำการแทน ต้องทำใบมอบอำนาจตามกฎหมาย<br />
(2) นำรถไปตรวจสอบ<br />
(3) เสียค่าธรรมเนียมคำขอเปลี่ยนแปลงสาระสำคัญอย่างละ 20 บาท<br />
(4) นำใบรับรองการตรวจสอบรถ หนังสือแสดงการจดทะเบียนรถพร้อมหลักฐานอื่น เช่น หนังสือ รับรองหลักฐานการตัดบัญชีเครื่องยนต์ ใบแจ้งจำหน่าย และใบเสร็จรับเงิน ยื่นขอแก้ไข หนังสือแสดงการจดทะเบียนรถ<br />
(5) เสียภาษีเพิ่ม ถ้าน้ำหนักรถเพิ่มขึ้นเกินจากอัตราภาษีเดิม</p>
<p><strong>8. การแจ้งหยุดใช้รถเพื่อไม่เสียภาษีครั้งถัดไป ตามมาตรา 89</strong><br />
(1) ยื่นคำขอตามแบบคำขออื่น ๆ พร้อมกับแผ่นป้ายเลขทะเบียนรถ หากจะให้ผู้อื่นไปทำการแทน ต้องทำใบมอบอำนาจตามกฎหมาย (2) แนบหนังสือแสดงการจดทะเบียนรถ<br />
(3) ต้องยื่นคำขอภายในสามสิบวัน นับแต่วันถึงกำหนดเสียภาษีครั้งถัดไป หากพ้นกำหนดดังกล่าวจะต้องเสียภาษีครั้งถัดไปอีก 1 ปี<br />
(4 งวด)</p>
<p><strong>9. การแจ้งเลิกใช้รถ ตามมาตรา 79</strong><br />
(1) ยื่นคำขอตามแบบคำขออื่น ๆ หากจะให้ผู้อื่นไปทำการแทน ต้องมีใบมอบอำนาจตาม กฎหมาย<br />
(2) แนบหนังสือแสดงการจดทะเบียนรถ<br />
(3) ต้องนำแผ่นป้ายเลขทะเบียนรถมาคืนต่อนายทะเบียนภายใน 15 วัน นับแต่วันที่เลิกใช้รถนั้น</p>
<p><strong>10. การแจ้งยกเลิกการจดทะเบียนรถ ในกรณีที่มีการเลิกสัญญาเช่าซื้อ</strong><br />
(1) ให้ผู้ให้เช่าซื้อ แจ้งเป็นหนังสือยืนยันบอกเลิกสัญญาเช่าซื้อกับผู้เช่าซื้อ และแจ้งด้วยว่าได้ยึด รถคืนมาจากผู้เช่าซื้อแล้ว โดยอาศัยสิทธิตามกฎหมาย หรือข้อสัญญาอย่างไร ซึ่งในหนังสือ นั้น ให้ระบุไว้ด้วยว่า หากมีข้อโต้แย้งใด ๆ เกี่ยวกับสิทธิในรถคันที่ยึดมา เจ้าของรถยินยอม รับผิดชอบทุกประการพร้อมทั้งให้แนบสำเนาสัญญาเช่าซื้อ และหลักฐานการบอกเลิกสัญญา ที่ได้ทำเป็นหลักฐานไว้ก็ให้แนบมาด้วย<br />
(2) นำแผ่นป้ายเลขทะเบียนรถคืนต่อนายทะเบียน ถือเป็นรถปลอดทะเบียน<br />
(3) เมื่อยกเลิกการจดทะเบียนแล้ว หากเจ้าของรถหรือผู้เช่าซื้อรายใหม่จะนำรถคันดังกล่าวไปจด ทะเบียน ให้นำหนังสือแสดงการจดทะเบียนรถไปดำเนินการเสมือนกับการจดทะเบียนรถใหม่ ทุกประการ</p>
<p><strong>11. การขอจดทะเบียนรถที่แจ้งเลิกใช้มาตรา 79 และรถเลิกสัญญาเช่าซื้อ ให้ ดำเนินการเสมือนการจดทะเบียน และเสียภาษีรถใหม่ (เป็นรถปลอด ทะเบียน)</strong></p>
<p><strong>12. การขอแผ่นป้ายเลขทะเบียนรถหรือเครื่องหมายแสดงการเสียภาษีแทนที่สูญ หาย ถูกทำลาย</strong><br />
ชำรุด หรือลบเลือนในสาระสำคัญ<br />
(1) ยื่นคำขอตามแบบคำขออื่น ๆ หากจะให้ผู้อื่นไปดำเนินการแทนต้องยื่นใบมอบอำนาจตาม กฎหมาย<br />
(2) ต้องแนบหนังสือแสดงการจดทะเบียนรถและหลักฐานที่แจ้งความว่าสูญหาย หรือหลักฐาน การถูกทำลาย ชำรุด หรือลบเลือนในสาระสำคัญ<br />
(3) ต้องเสียค่าธรรมเนียมแผ่นป้ายเลขทะเบียนรถ หรือเครื่องหมายแสดงการเสียภาษี<br />
(4) ต้องยื่นคำขอรับใบแทนภายในสิบห้าวัน นับแต่วันที่ได้รับทราบถึงการสูญหาย ถูกทำลาย ชำรุด หรือลบเลือนดังกล่าว</p>
<p><strong>13. การขอใบแทนหนังสือแสดงการจดทะเบียนรถ</strong><br />
(1) ยื่นคำขอตามแบบคำขออื่น ๆ โดยผู้ประกอบการขนส่งต้องดำเนินการด้วยตนเอง หากจะให้ ผู้อื่นไปทำการแทน ต้องทำใบมอบอำนาจตามกฎหมาย<br />
(2) ถ้าสูญหาย จะต้องมีหลักฐานการแจ้งความ โดยผู้แจ้งความต้องเป็นบุคคลใดบุคคลหนึ่ง ดังต่อไปนี้<br />
1. ผู้ประกอบการขนส่ง<br />
2. เจ้าของรถ<br />
3. ผู้ครอบครองตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ เช่น ผู้เช่าซื้อ ฯลฯ<br />
4. ผู้ได้รับมอบอำนาจเป็นหนังสือจากบุคคลตามข้อ 1,2 หรือ 3<br />
(3) ในกรณีที่ผู้ยื่นขอเป็นผู้รับมอบอำนาจ ต้องแนบบัตรประจำตัวผู้ยื่นด้วย<br />
(4) ต้องเสียค่าธรรมเนียมคำขอรับใบแทนหนังสือแสดงการจดทะเบียนรถ</p>
<p><strong>14. กรณีรถหาย</strong><br />
(1) ต้องแจ้งความต่อพนักงานสอบสวนท้องที่ที่รถหาย<br />
(2) ยื่นคำขอตามแบบคำขออื่น ๆ เพื่อแจ้งหยุดใช้รถตามมาตรา 89 หรือเลิกใช้ตามมาตรา 79 พร้อมกับสำเนาบันทึกประจำวันของพนักงานสอบสวนที่รับแจ้งความเรื่องรถหายไว้ โดยผู้ ประกอบการขนส่งต้องดำเนินการด้วยตนเอง หากจะให้ผู้อื่นไปทำการแทนต้องทำใบมอบ อำนาจตามกฎหมาย</p>
<p><strong>ข้อควรจำ</strong><br />
เมื่อ ต้องการขอจดทะเบียน โอนกรรมสิทธิ์ โอนสิทธิการใช้รถ หรือเปลี่ยนแปลง รายการต่าง ๆ เกี่ยวกับทะเบียนรถ ต้องนำบัตรประจำตัวประชาชน สำเนาทะเบียนบ้านหรือหนังสือรับรองการจดทะเบียนนิติบุคคล และหนังสือแสดงการจดทะเบียนรถไปด้วยทุกครั้ง กรณีขายรถให้กับ ผู้อื่นแล้ว โปรดแจ้งให้ผู้ซื้อ ไปโอนรถ<br />
ต่อนายทะเบียน ภายใน 15 วัน นับแต่วันซื้อขายอย่าทำการโอน ลอยโดยไม่ระบุชื่อผู้รับโอน อาจต้องรับผิดชอบภาษีที่ค้างชำระหรือค่าเสียหายที่ผู้รับโอนก่อขึ้นภายหลัง ได้ ผู้ประกอบการขนส่งและเจ้าของรถต้องลงนามในหนังสือแสดงการจดทะเบียนรถด้วยตน เอง เพื่อเป็นหลักฐานในการตรวจสอบลายมือชื่อเมื่อมีการโอนรถภายหลัง</p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.centermocyc.com/%e0%b8%94%e0%b8%b3%e0%b9%80%e0%b8%99%e0%b8%b4%e0%b8%99%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b8%97%e0%b8%b2%e0%b8%87%e0%b8%97%e0%b8%b0%e0%b9%80%e0%b8%9a%e0%b8%b5%e0%b8%a2%e0%b8%99.html/feed</wfw:commentRss>
		<slash:comments>5</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>การจดทะเบียนและเสียภาษีรถใหม่</title>
		<link>http://www.centermocyc.com/%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b8%88%e0%b8%94%e0%b8%97%e0%b8%b0%e0%b9%80%e0%b8%9a%e0%b8%b5%e0%b8%a2%e0%b8%99-%e0%b9%80%e0%b8%aa%e0%b8%b5%e0%b8%a2%e0%b8%a0%e0%b8%b2%e0%b8%a9%e0%b8%b5.html</link>
		<comments>http://www.centermocyc.com/%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b8%88%e0%b8%94%e0%b8%97%e0%b8%b0%e0%b9%80%e0%b8%9a%e0%b8%b5%e0%b8%a2%e0%b8%99-%e0%b9%80%e0%b8%aa%e0%b8%b5%e0%b8%a2%e0%b8%a0%e0%b8%b2%e0%b8%a9%e0%b8%b5.html#comments</comments>
		<pubDate>Sun, 03 Jan 2010 04:51:22 +0000</pubDate>
		<dc:creator>admin</dc:creator>
				<category><![CDATA[เกร็ดความรู้]]></category>
		<category><![CDATA[จดทะเบียนรถใหม่]]></category>
		<category><![CDATA[เสียภาษีรถใหม่]]></category>
		<category><![CDATA[โอนกรรมสิทธิ์รถ]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.centermocyc.com/?p=75</guid>
		<description><![CDATA[ฝ่าย ทะเบียนรถมีหน้าที่ความรับผิดชอบการดำเนินการด้านทะเบียนรถ การตรวจสภาพรถการจัด เก็บภาษี และค่าธรรมเนียมต่าง ๆ ตามพระราชบัญญัติการขนส่งทางบก พ.ศ.2522 พระราชบัญญัติ การขนส่งทางบก พ.ศ. 2522 ได้แก่ การจดทะเบียนการโอนกรรมสิทธิ์รถ การเปลี่ยนแปลงรายการ ทางทะเบียน และอื่น]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p><a href="http://www.centermocyc.com/wp-content/uploads/2010/01/1157365939.jpg"><img class="alignleft size-thumbnail wp-image-76" style="border: 3px solid black; margin: 3px; padding: 3px;" title="1157365939" src="http://www.centermocyc.com/wp-content/uploads/2010/01/1157365939-150x150.jpg" alt="การเสียภาษีรถ" width="150" height="150" /></a>ฝ่าย ทะเบียนรถมีหน้าที่ความรับผิดชอบการดำเนินการด้านทะเบียนรถ การตรวจสภาพรถการจัด เก็บภาษี และค่าธรรมเนียมต่าง ๆ ตามพระราชบัญญัติการขนส่งทางบก พ.ศ.2522 พระราชบัญญัติ การขนส่งทางบก พ.ศ. 2522 ได้แก่ การจดทะเบียนการโอนกรรมสิทธิ์รถ การเปลี่ยนแปลงรายการ ทางทะเบียน และอื่น</p>
<p><strong>ฝ่ายทะเบียนรถ (พ.ร.บ.ขนส่ง)</strong></p>
<p><strong>ข้อแนะนำในการขอดำเนินการทางทะเบียนและภาษีรถ</strong></p>
<p>1. การจดทะเบียนและเสียภาษีรถใหม่</p>
<p><strong>หลักฐานเอกสารที่ใช้</strong></p>
<p>(1) หนังสือรับรองการส่งบัญชีรับจำหน่ายรถ<br />
(2) ใบแจ้งจำหน่าย<br />
(3) ใบเสร็จรับเงิน พร้อมใบกำกับภาษี<br />
(4) สัญญาเช่าซื้อ หรือสัญญาอื่นๆ ที่แสดงกรรมสิทธิ์ หรือสิทธิการครอบครองรถตามกฏหมาย<br />
(5) ใบมอบอำนาจในกรณีที่ผู้ประกอบการขนส่งไม่มาดำเนินการด้วยตนเอง<br />
<strong><br />
ขั้นตอนการดำเนินการ</strong><br />
(1) หลักฐานการได้รับอนุญาตประกอบการขนส่ง<br />
(2) นำรถเข้าตรวจสภาพรถ ณ งานตรวจสภาพรถ<br />
(3) เมื่อผ่านการตรวจสภาพรถ ให้นำหลักฐานการจดทะเบียนรถพร้อมใบตรวจสภาพรถ ไปจดทะเบียนที่งานทะเบียนรถ<br />
(4) คำนวณภาษีรถ รับชำระภาษี<br />
(5) ออกหมายเลขทะเบียนรถ<br />
(6) ออกหมายเลขทะเบียนรถ<br />
(7) ออกป้ายแสดงการจดทะเบียน<br />
(8) เสนอนายทะเบียนลงนาม  							<img id="modify_button_81" onclick="modify_msg('81', '7a7cab47246c181a04491bd382903d1a')" src="../talk/Themes/thememocyc/images/icons/modify_inline.gif" alt="" align="right" /></p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.centermocyc.com/%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b8%88%e0%b8%94%e0%b8%97%e0%b8%b0%e0%b9%80%e0%b8%9a%e0%b8%b5%e0%b8%a2%e0%b8%99-%e0%b9%80%e0%b8%aa%e0%b8%b5%e0%b8%a2%e0%b8%a0%e0%b8%b2%e0%b8%a9%e0%b8%b5.html/feed</wfw:commentRss>
		<slash:comments>1</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>ขั้นตอนการตรวจสภาพรถยนต์</title>
		<link>http://www.centermocyc.com/%e0%b8%82%e0%b8%b1%e0%b9%89%e0%b8%99%e0%b8%95%e0%b8%ad%e0%b8%99%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b8%95%e0%b8%a3%e0%b8%a7%e0%b8%88%e0%b8%aa%e0%b8%a0%e0%b8%b2%e0%b8%9e%e0%b8%a3%e0%b8%96.html</link>
		<comments>http://www.centermocyc.com/%e0%b8%82%e0%b8%b1%e0%b9%89%e0%b8%99%e0%b8%95%e0%b8%ad%e0%b8%99%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b8%95%e0%b8%a3%e0%b8%a7%e0%b8%88%e0%b8%aa%e0%b8%a0%e0%b8%b2%e0%b8%9e%e0%b8%a3%e0%b8%96.html#comments</comments>
		<pubDate>Sat, 02 Jan 2010 23:02:50 +0000</pubDate>
		<dc:creator>admin</dc:creator>
				<category><![CDATA[เกร็ดความรู้]]></category>
		<category><![CDATA[ตรวจสภาพรถต่อ พรบ.]]></category>
		<category><![CDATA[ตรวจสภาพรถยนต์]]></category>
		<category><![CDATA[ต่อ พรบ.]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.centermocyc.com/?p=80</guid>
		<description><![CDATA[งานตรวจสภาพรถ ในสังกัดฝ่ายทะเบียนรถ มีหน้าที่ในการตรวจสอบ
และตรวจสภาพรถที่ขอดำเนินการทางทะเบียน เพื่อวัตถุประสงค์ดังนี้]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<div><strong>งานตรวจสภาพรถ</strong></div>
<p><strong>หน้าที่ความรับผิดชอบ</strong></p>
<div><a href="http://www.centermocyc.com/wp-content/uploads/2010/01/837_DSC03154_Resize.jpg"><img class="alignleft size-thumbnail wp-image-81" style="border: 2px solid black; margin: 2px 1px; padding: 2px;" title="837_DSC03154_Resize" src="http://www.centermocyc.com/wp-content/uploads/2010/01/837_DSC03154_Resize-150x150.jpg" alt="ตรวจสภาพรถ" width="120" height="120" /></a></div>
<p>- ตรวจความมั่นคงแข็งแรงของตัวรถและเครื่อง อุปกรณ์ต่างๆ เพื่อป้องกันการเกิดอุบัติเหตุและการ จราจรติดขัด ที่เกิดจากความปกพร่องของรถยนต์<br />
- ตรวจความถูกต้องตรงตามเอกสารหลักฐานการได้มา หรือตามรายละเอียดในรายการจดทะเบียนเพื่อป้องกันการนำรถที่ได้มาไม่ถูกกฎหมาย<br />
มาดำเนินการทางทะเบียน<br />
- ตรวจมลภาวะที่เกิดเครื่องยนต์ เพื่อให้เครื่องยนต์ลดมลภาวะจากรถยนต์และรักษาสิ่งแวดล้อม<br />
- เพื่อผลทางเศรษฐกิจ<br />
- ค่าใช้จ่ายสำหรับน้ำมันเชื้อเพลิงน้อยลง เนื่องจากรถสภาพดีขึ้น<br />
- ประหยัดเวลาเดินทาง<br />
- การจราจรติดขัดเนื่องจากข้อบกพร่องของรถน้อยลง<br />
- การลื่นไหลของการจราจรดีขึ้น(สมรรถนะรถทั่วไปดีขึ้น)<br />
- แรงงานที่ใช้จัดการจราจรน้อยลง</p>
<p><strong>ขั้นตอนการดำเนินงาน</strong></p>
<p>การตรวจสภาพรถเป็นขั้นตอนที่ดำเนินการหลังจาก   เจ้าหน้าที่งานทะเบียนตรวจสอบเอกสารหลักฐานประกอบ<br />
การขอดำเนินการถูกต้องครบถ้วนแล้ว หลังจากนั้นเจ้าของรถนำเอกสารยื่นต่องานตรวจสภาพ<br />
พร้อมนำรถเข้ารับการตรวจสภาพหรือตรวจสอบ แล้วแต่กรณี</p>
<p><strong>การตรวจสอบรถ</strong></p>
<p>- ตรวจสอบความถูกต้องของ ชนิดรถ แบบรถ<br />
- ตรวจสอบความถูกต้องของเลขตัวถังรถ และ เลขเครื่องยนต์<br />
- ตรวจสอบความถูกต้องของสีรถ</p>
<p><strong>การตรวจสภาพรถ</strong></p>
<p><strong>จุดตรวจที่ 1</strong></p>
<p>- ตรวจความถูกต้องของ ชนิดรถ แบบรถ<br />
- ตรวจความถูกต้องของเลขตัวถัง และ เลขเครื่องยนต์<br />
- ตรวจระบบ ห้ามล้อมือ ห้ามล้อเท้า<br />
- ตรวจมลภาวะจากเครื่องยนต์<br />
- ระดับเสียงจากท่อไอเสีย<br />
- ก๊าชพิษจากเครื่องยนต์<br />
- ตรวจระดับเสียงแตรสัญญาณ<br />
- ตรวจเครื่องวัดความเร็วรถ<br />
<strong><br />
จุดตรวจที่ 2</strong></p>
<p>- ตรวจโคมไฟแสงสว่าง (ไฟหน้า) โคมไฟสัญญาณต่างๆ เช่น โคมไฟเลี้ยว โคมไฟท้าย และโคมไฟส่องสว่าง และโคมไฟสัญญาณต่าง ๆ<br />
- ตรวจเครื่องปัดน้ำฝน<br />
- ตรวจกระจกกันลมหน้า &#8211; หลัง และส่วนอื่นที่เป็นกระจก</p>
<p><strong>จุดตรวจที่ 3</strong></p>
<p>- ตรวจระบบเครื่องล่าง เช่น ศูนย์ล้อหน้า ระบบบังคับเลี้ยว ล้อและยาง<br />
- ตรวจ ถังเชื้อเพลิงและระบบท่อส่ง</p>
<p><strong>จุดตรวจที่ 4</strong></p>
<p>- ตรวจสีรถ<br />
- ตรวจสภาพตัวถังและโครงรถ<br />
- ตรวจที่นั่งผู้ขับและผู้โดยสาร</p>
<p><strong>เครื่องอุปกรณ์สำหรับรถ</strong></p>
<p>เพื่อ ให้การใช้รถ ใช้ถนน เป็นไปด้วยความปลอดภัยและลดอันตรายแก่ผู้ใช้รถ และให้เครื่องอุปกรณ์สำหรับรถเป็นมาตรฐานเดียวกัน กรมการขนส่งทางบก จึงได้ออกกฎกระทรวงว่าด้วย เครื่องอุปกรณ์สำหรับรถไว้</p>
<p style="text-align: center;"><a href="http://www.centermocyc.com/wp-content/uploads/2010/01/837_DSC03154_Resize.jpg"><img class="size-full wp-image-81 aligncenter" style="border: 2px solid black; margin: 3px 2px; padding: 3px;" title="837_DSC03154_Resize" src="http://www.centermocyc.com/wp-content/uploads/2010/01/837_DSC03154_Resize.jpg" alt="ตรวจสภาพรถ" width="440" height="293" /></a></p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.centermocyc.com/%e0%b8%82%e0%b8%b1%e0%b9%89%e0%b8%99%e0%b8%95%e0%b8%ad%e0%b8%99%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b8%95%e0%b8%a3%e0%b8%a7%e0%b8%88%e0%b8%aa%e0%b8%a0%e0%b8%b2%e0%b8%9e%e0%b8%a3%e0%b8%96.html/feed</wfw:commentRss>
		<slash:comments>1</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>ความรู้เกี่ยวกับ โช้คอัพ Shock Absorber</title>
		<link>http://www.centermocyc.com/%e0%b9%82%e0%b8%8a%e0%b9%89%e0%b8%84%e0%b8%ad%e0%b8%b1%e0%b8%9e-shock-absorber.html</link>
		<comments>http://www.centermocyc.com/%e0%b9%82%e0%b8%8a%e0%b9%89%e0%b8%84%e0%b8%ad%e0%b8%b1%e0%b8%9e-shock-absorber.html#comments</comments>
		<pubDate>Sat, 02 Jan 2010 21:43:05 +0000</pubDate>
		<dc:creator>admin</dc:creator>
				<category><![CDATA[เกร็ดความรู้]]></category>
		<category><![CDATA[Shock Absorber]]></category>
		<category><![CDATA[กระบอกโช้ค]]></category>
		<category><![CDATA[การติดตั้งโช้ค]]></category>
		<category><![CDATA[ซีลโช้ค]]></category>
		<category><![CDATA[สตรัทปรับเกลียว]]></category>
		<category><![CDATA[อุปกรณ์แต่งรถมอเตอร์ไซต์]]></category>
		<category><![CDATA[โช้คอัพ]]></category>
		<category><![CDATA[โช้คแก้ส]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.centermocyc.com/?p=65</guid>
		<description><![CDATA[นับเป็นเวลายาวนานที่รถจักรยานยนต์ อยู่คู่กับผู้บริโภคชาวไทย และร่วมเส้นทางไปในสถานที่ต่างๆ บนท้องถนนของเมืองไทย
ที่แสนจะสะดวกสบายเต็มไปด้วยหลุมและบ่อ  โดยเฉพาะฝาท่อที่โผล่อยู่กลางถนน  รถมอเตอร์ไซค์เมืองไทยจึงถูกออกแบบ
ให้สามารถเอาตัวรอดได้ ในระดับหนึ่ง  ในช่วงสองถึงสามปีที่ผ่านมา กระแสการปรับแต่งรถให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p>นับเป็นเวลายาวนานที่รถจักรยานยนต์ อยู่คู่กับผู้บริโภคชาวไทย และร่วมเส้นทางไปในสถานที่ต่างๆ บนท้องถนนของเมืองไทย<br />
ที่แสนจะสะดวกสบายเต็มไปด้วยหลุมและบ่อ  โดยเฉพาะฝาท่อที่โผล่อยู่กลางถนน  รถมอเตอร์ไซค์เมืองไทยจึงถูกออกแบบ<br />
ให้สามารถเอาตัวรอดได้ ในระดับหนึ่ง  ในช่วงสองถึงสามปีที่ผ่านมา กระแสการปรับแต่งรถให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น<br />
<a href="http://www.centermocyc.com/wp-content/uploads/2010/01/Shock-Absorber-1.jpg"><img class="size-thumbnail wp-image-64 alignleft" title="Shock Absorber-1" src="http://www.centermocyc.com/wp-content/uploads/2010/01/Shock-Absorber-1-150x150.jpg" alt="" width="150" height="150" /></a>เพื่อรองรับการทำงานในลักษณะๆต่างๆได้ดียิ่งขึ้น กับอีกทางหนึ่งคือการตกแต่งเพื่อความเท่ ความหล่อบนท้องถนน จนกระทั่งบางคน<br />
อาจจะไม่เคยรู้ความแตกต่างของโช้คแต่ละแบบเลย วันนี้จึงเป็นโอกาสดีที่จะนำความรู้เกี่ยวกับระบบกันสะเทือนมาฝากกันครับ</p>
<p>โช้คอัพ มาจากคำว่า Shock Absorber  (ช็อค-อัพซอร์เบอร์)<br />
เป็นตัวช่วยหน่วงเวลาไม่ให้สปริงมีการเคลื่อนตัวเร็วเกินไป แต่อย่าเข้าใจผิดว่าใช้โช้คอัพรองรับน้ำหนักนะครับ<br />
ผู้ขับขี่รถบางคนอาจจะเข้าใจกันว่าโช้คมีไว้รองรับน้ำหนักรถ ซึ่งเป็นความเข้าใจที่ผิดมหันต์เลยครับ จริงๆแล้ว<br />
ตัวรับน้ำหนักและแรงกระเทกทั้งปวงคือสปริง แต่ในทางกลับกันถ้ารถคุณมีแต่สปริง พอเจอถนนขรุขระและหลุมบ่อ<br />
รถคุณก็จะเด้งขึ้นเด้งลงตามค่า K ของสปริงกันจนมึนไปเลย Shock Absorber  จึงถูกออกแบบขึ้นมา<br />
เพื่อหน่วงไม่ใช้สปริงมีการเคลื่อนตัวได้เร็วนัก ในกรณีเวลาที่คุณต้องการเลือกโช้คอัพมาใส่รถต้องทำความเข้าใจเสียก่อนว่า<br />
คุณต้องได้อย่างเสียอย่างเสมอ ถ้ารถคุณอยากได้โช้คนิ่ม มันจะหน่วงสปริงได้น้อย นั่งแล้วนิ่มตูดขึ้น แต่เวลาเข้าโค้งที่มีความเร็ว<br />
ถึงในระดับหนึ่งรถก็จะออกอาการ “ย้วย” ซึ่งเกิดจากการยุบตัวของโช้คแบบผิดที่ผิดเวลานั่นเอง  ซึ่งนั่นเกิดจากแรงเหวี่ยง<br />
จากศูนย์กลางมันมากดโช้ค  แต่ถ้าในกรณีที่คุณเลือกโช้คหนึบในโค้งความนิ่มก็จะหายไปรวมทั้งบนทางตรง เนื่องจากสปริง<br />
จะเคลื่อนที่ได้น้อยมาก แต่เวลาเข้าโค้ง หรือขับซิกแซก รุถคุณนิ่งอย่างแรงครับเพราะน้ำหนักกดลงไปถึงพื้นมีความสม่ำเสมอ<br />
โช้คอัพ เดิมทีคือการใช้น้ำมันในการหน่วงการทำงานของกลไก โดยน้ำมันนี้ จะบรรจุอยู่ในกระบอกโช้คเต็มกระบอก<br />
แท่งแกนโช้ค ( Piston rod ) ถูกสอดลงไปในกระบอก มีก้อนวาล์ว (Piston valve) อยู่ตรงปลาย<br />
หลักการของมันคือ รูวาวล์จะต้านแรงดันน้ำมันในเวลารับแรงกดและแรงยืดกลับ  เวลาจังหวะโช้คยืดตัวขึ้น น้ำมันจากห้องบน<br />
จะต้องถูกดันให้หนีลงมาห้องล่าง แต่วาล์วที่กั้นห้องนั้น มีรูและซอกเล็กมากให้น้ำมันผ่านได้จำกัดมาก ทำให้น้ำมันผ่านได้ช้าลง<br />
ผลก็คือเกิดการหน่วงไม่ให้ก้านสูบเลื่อนขึ้นเร็วเกินไป ในจังหวะโช้คกดตัวลงก็เช่นกันครับ น้ำมันจากห้องล่างจะพยายาม<br />
หนีขึ้นห้องบนเพราะโดนดัน วาล์วก็เป็นตัวหน่วงอีกเช่นกัน การไหลผ่านร่องวาล์วเล็กๆในกระบอกสูบ หนืดไม่หนืด<br />
ขึ้นอยู่กับขนาดวาล์วและการออกแบบ    ช่องทางเดินน้ำมันในวาล์วให้ใกล้เคียงกับความต้องการการใช้งานมากที่สุด</p>
<p style="text-align: center;"><a href="http://www.centermocyc.com/wp-content/uploads/2010/01/Shock-Absorber-1.jpg"><img class="size-full wp-image-64 aligncenter" title="Shock Absorber-1" src="http://www.centermocyc.com/wp-content/uploads/2010/01/Shock-Absorber-1.jpg" alt="" width="364" height="481" /></a></p>
<p style="text-align: left;">ลักษณะพิเศษของโช้คแก้ส<br />
โช้คแก้ส มันคือการขึ้นพัฒนาจากโช้คที่มีองค์ประกอบที่มีอยู่แล้ว มาสร้างห้องพิเศษไว้ห้องหนึ่งแล้วอัดแก้สไนโตรเจนลงไป<br />
มีจุดประสงค์หลักคือทำให้มีแรงดันเพิ่มขึ้น ฟองอากาศที่จะเกิดในน้ำมันซึ่งเป็นปัญหาเดิมจะลดลง เนื่องจากเวลาโช้คทำงานปกติบนถนน<br />
โช้คมีการขยับขึ้นลงมากกว่า 10 ครั้งต่อวินาทีพร้อมกับความร้อนซึ่งเกิดจากการเสียดสีเป็นจำนวนมาก ทำให้น้ำมันเกิดฟองอากาศ<br />
ประเด็นสำคัญ สิ่งที่เรียกว่าโช้คน้ำมันกึ่งแก้สนั้นหลายคนอาจเข้าใจว่าเป็นการอัดเฉพาะแก้สเข้าไปเต็มๆ  นั่นเป็นความเข้าใจผิดครับ<br />
โช้คแก้ส ก็ยังใช้น้ำมันในการไหลผ่านวาล์วเหมือนเดิม แก้สไม่เกี่ยวเลยแต่แรงดันจากแก้สนี้จะสร้างแรงดันซึ่งมีผลไปสู่ฟองอากาศ<br />
ให้ลอยตัวเร็วมากขึ้นไม่เข้ามาพัวพันอยู่กับแกน และซีลโช้ค ซึ่งเป็นตัวการที่เกิดการสะดุดขณะที่โช้คทำงาน<br />
ดังนั้น ขอให้เข้าใจกันใหม่ด้วยนะครับ ว่าโช้คนั้นมีแค่เป็นน้ำมันล้วน กับแบบเอาแก้สมาอัดช่วยดันห้องล่าง แค่นั้น โช้คแก้สเปล่าๆ<br />
ไม่มีแน่นอนครับ  ในการออกแบบ้องแยกแก้สนั้น ในอดีต มีถูกออกแบบให้เป็นเหมือนกับเสื้อสูบซึ่งมีลูกสูบหรือจะเรียกว่าผนังกั้น<br />
ก็ไม่น่าจะผิด เป็นตัวกั้นระหว่างแก็สกับน้ำมัน มันจะทำงานรับแรงดันขึ้นลงเหมือนลูกสูบ ซึ่งลักษณะแบบนี้ จะเกิดความร้อนสะสม<br />
ในตัวกระบอก ผู้ผลิตรุ่นใหม่จึงหันมาพัฒนาห้องแยกแก้สใหม่ ด้วยวัสดุยางสังเคราะห์เนื้อพิเศษ ซึ่งทำงานคล้ายๆกับเตียงน้ำ<br />
ไม่มีการเสียดสีกับวัตถุอื่นจึงไม่เกิดความร้อนจึงทำงานได้อย่างเต็มประสิทธิภาพมากกว่า</p>
<p>ข้อสังเกตุสำคัญว่าโช้คของคุณเป็นน้ำมันหรือแก้ส<br />
ก็สามารถทำได้ไม่ยาก  เริ่มจาการถอดสปริงออกจากโช้ค แล้วลองวางตั้งกับพื้นนะครับ เอามือกดโช้คลงไปจนสุด แล้วปล่อย<br />
ถ้าเป็นโช้คน้ำมัน มันจะจมอยู่เช่นนั้น แต่ถ้าเป็นโช้คที่มีแก้สอยู่ด้วย มันจะค่อยๆยืดขึ้นมาเองช้าๆจนสุด สาเหตุที่เป็นอย่างนี้<br />
เพราะมีห้องแก้สอยู่ช่วยดันให้น้ำมันในห้องล่างดันลูกสูบขึ้นไปในตำแหน่งปกติ</p>
<p>ความหนืดในกระบอกโช้ค<br />
ความหนืดของโช้คอัพ จริงๆแล้วขึ้นอยู่กับการออกแบบวาล์วที่ลูกสูบเท่านั้น อยู่ที่ว่าโช้คตัวนั้นจะถูกปรับเซ็ทค่าโช้คมาพอดี<br />
และลงตัวแค่ไหน ไม่จำเป็นว่าต้องมีออฟชั่นมากแค่ไหน ถ้าคุณเปลี่ยนโช้คไปเป็นแก้ส ก็มั่นใจได้อย่าง ว่ามันแข็งขึ้นแหงๆครับ<br />
ถ้าวาล์วถูกออกแบบมาเหมือนกัน แต่ในทางกลับกันคือ เมื่อโช้คแก้สถูกใช้ในการทำงานประเภทที่ต้องโดนเค้นประสิทธิภาพสุดๆ<br />
มันจะคงความเสถียรมากกว่า  ซึ่งหมายถึงมันคงสภาพการใช้งานหนักเป็นเวลานานนั่นเอง  และเมื่อถึงกรณีนี้<br />
จึงมีตัวช่วยของโช้คอัพเสริมขึ้นมา อย่างที่นักเลงขาซิ่งมอเตอร์ไซค์เขาเรียกกันว่า “ตัวปรับหนืด” (Rebound Adjuster)<br />
ซึ่งเจ้าตัวนี้จะทำงานโดยการปรับรูทางผ่านของน้ำมันใน  Piston Valve  ทำให้จากเดิมเป็นถนนสามเลน<br />
มีไฟกิ่งส่องสว่างไสว โดนบีบเหลืออยู่เลนเดียวเปิดไฟสลับดวง  ผลก็คือ การจราจรย่อมเดินทางยากขึ้น<br />
อุปกรณ์นี้ จะถูกเสริมเมื่อผู้ขั่บขี่ต้องการความเที่ยงตรงให้เหมาะสมกับการงานมากที่สุด เช่นเดียวกับสปริง<br />
ที่จะมีตัว “สตรัทปรับเกลียว” (Spring preload Adjuster) ซึ่งจะช่วยในการหาความแข็งของปริง<br />
ที่จะรับกับน้ำหนักบรรทุกได้อย่างเหมาะสม</p>
<p>ปัญหาที่เกิดกับโช้คอัพ<br />
ปัญหาของโช้คอัพ มีเรื่องสำคัญๆอยู่เรื่องเดียว คือน้ำมันรั่วออกมาจากซีลโช้ค (Seal Block) ทำให้โช้คอัพสูญเสียน้ำมัน<br />
ไปเรื่อยๆ ซึ่งก็จะทำให้มันสูญเสียความสามารถในการหน่วงไป ทำให้รถคุณวิ่งเหมือนเด้งอยู่บนสปริง ถ้าเป็นไม่มาก<br />
ซึ่งพวกนักแข่งในสนามแข่ง เขาไม่มาก้มมุดดูโช้คให้เสียเวลา เพียงแค่เช็คดูที่หน้ายางดูก็รู้ได้แล้วครับ ถ้าสึกเป็นบั้งๆในแนวขวาง<br />
ก็สามารถฟันธงได้แล้วว่ารถคุณมีปัญหากะโช้คอัพแล้วล่ะ</p>
<p>สาเหตุสำคัญที่น้ำมันจะรั่ว<br />
ก็มาจากซีลยาง ซีลยางนี้ มีการเสื่อมสภาพไปตามกาลเวลาอยู่แล้ว ตามระยะของผู้ผลิตโช้ค คุณควรเปลี่ยนโช้คอัพ<br />
เมื่อรถวิ่งไปได้ในระยะทาง 100,000 กิโล หรือห้าปี โดยไม่ต้องรอให้รั่ว เพราะซีลมันเสื่อมแล้ว ถ้ารถคุณไม่ค่อยได้ใช้เลย<br />
ซีลยางคุณจะยิ่งแย่กว่าปกติ เพราะทุกครั้งที่โช้คขึ้นลง ก้านแกนโช้คจะนำเอาน้ำมันออกมาเล็กน้อยด้วยช่วยหล่อลื่นซีลครับ<br />
ถ้าคุณไม่ใช้รถเลย จอดไว้เป็นอาทิตย์เฉยๆ ซีลจะแข็งและเสื่อมสภาพและฉีกง่ายมากๆ ปัญหาโช้ครั่วก็จะตามมาแน่นอนครับ</p>
<p>การติดตั้งโช้ค<br />
เวลาติดตั้งโช้ค อย่าลืมเตือนช่างหรือแม้แต่คุณเองไม่ให้ใช้คีมในการจับแกนโช้คตอนขันน้อตหรือแม้แต่กรณีใดก็ตามครับ<br />
เพราะมันจะทำให้แกนโช้คเป็นรอย ซึ่งเมื่อคุณเอารถไปขี่ รอยนี้มันจะไปเสียดสีให้ซีลยางมันขาด ซึ่งก็จะนำมาซึ่งการรั่วตามมา<br />
ในเวลาอันรวดเร็ว ดังนั้นเวลาเจอโช้ครั่วเร็ว บางทีก็อย่าโทษแต่ผู้ผลิตโช้คล่ะครับ มันมีปัจจัยอื่นๆอีกเพียบเลยตัวอย่างเช่น<br />
ตอนขันน้อต ถ้าคุณขันแน่นเกินไปหรือองศาไม่ตรงกับจุดยึด พอเจอน้ำหนักกดปุ๊บโช็คก็จองอปั๊ปเลยครับ<br />
เพราะเมื่อโช้คท่านงอ เวลาเอาไปวิ่ง มันก็ไปขูดซีลยางอีกน่ะแหละ (แหม ไอ้ซีลยางนี่ช่างเจ้าปัญหาซะจริงเลยนะ)</p>
<p>ข้อคำนึงเกี่ยวกับโช้คอัพ<br />
๑.คุณควรเปลี่ยนทั้งสองข้างพร้อมกัน<br />
๒.คุณควรเปลี่ยนให้ได้ตามรุ่นที่ผู้ผลิตโช้คทำมาเพื่อรถรุ่นนั้นๆ ไม่ควรดัดแปลง เพราะคุณไม่มีทางรู้<br />
ค่าความแข็งของสปริงที่เหมาะสมแน่นอนครับ เพราะหากเป็นมาตรฐานของโรงงานผลิตโช้คที่ลงทุนกันเป็นล้าน<br />
พัฒนาและวิจัยกันเกือบตายกว่าจะออกมาให้รถแต่ละรุ่น<br />
๓.หมั่นก้มดูโช้คบ่อยๆครับ ว่ามีคราบน้ำมันรั่วหรือไม่<br />
๔.เรื่องของระบบกันสะเทือนมาตรฐานเยอรมัน ถือเป็นชินส่วนสำคัญเกี่ยวกับเรื่องความปลอดภัยเทียบเท่ากับระบบเบรคเลยทีเดียว<br />
คุณควรใส่ใจกับมันให้มาก อย่าเห็นแก่ของถูก หรือเงินเพียงเล็กน้อยครับ</p>
<p style="text-align: left;"><a href="http://www.centermocyc.com/wp-content/uploads/2010/01/Shock-Absorber-2.jpg"><img class="alignnone size-full wp-image-66" title="Shock Absorber-2" src="http://www.centermocyc.com/wp-content/uploads/2010/01/Shock-Absorber-2.jpg" alt="" width="400" height="528" /></a></p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.centermocyc.com/%e0%b9%82%e0%b8%8a%e0%b9%89%e0%b8%84%e0%b8%ad%e0%b8%b1%e0%b8%9e-shock-absorber.html/feed</wfw:commentRss>
		<slash:comments>1</slash:comments>
		</item>
	</channel>
</rss>

