ข้อแนะนำในการขอดำเนินการทางทะเบียนและภาษีรถ
ข้อแนะนำในการขอดำเนินการทางทะเบียนและภาษีรถ
1. การจดทะเบียนและเสียภาษีรถใหม่
หลักฐานเอกสารที่ใช้
(1) หนังสือรับรองการส่งบัญชีรับจำหน่ายรถ
(2) ใบแจ้งจำหน่าย
(3) ใบเสร็จรับเงิน พร้อมใบกำกับภาษี
(4) สัญญาเช่าซื้อ หรือสัญญาอื่นๆ ที่แสดงกรรมสิทธิ์ หรือสิทธิการครอบครองรถตามกฏหมาย
(5) ใบมอบอำนาจในกรณีที่ผู้ประกอบการขนส่งไม่มาดำเนินการด้วยตนเอง
ขั้นตอนการดำเนินการ
(1) หลักฐานการได้รับอนุญาตประกอบการขนส่ง
(2) นำรถเข้าตรวจสภาพรถ ณ งานตรวจสภาพรถ
(3) เมื่อผ่านการตรวจสภาพรถ ให้นำหลักฐานการจดทะเบียนรถพร้อมใบตรวจสภาพรถ ไปจดทะเบียนที่งานทะเบียนรถ
(4) คำนวณภาษีรถ รับชำระภาษี
(5) ออกหมายเลขทะเบียนรถ
(6) ออกหมายเลขทะเบียนรถ
(7) ออกป้ายแสดงการจดทะเบียน
(8) เสนอนายทะเบียนลงนาม
2. การต่ออายุทะเบียนและเสียภาษีรถ
(1) ยื่นคำขอตามแบบพิมพ์ พร้อมหนังสือแสดงการจดทะเบียนรถ
(2) นำรถเข้าตรวจสภาพ
(3) นำหลักฐานใบรับรองการตรวจสภาพรถไปยื่นชำระภาษี ที่งานทะเบียนรถ
(4) ออกเครื่องหมายแสดงการเสียภาษี และบันทึกรายการเสียภาษีในหนังสือแสดงการจดทะเบียน และต้นขั้วทะเบียนรถ
(5) เสนอนายทะเบียนลงนาม
3. การโอนทะเบียนรถ
1) ผู้โอนและผู้รับโอน ต้องยื่นคำขอแบบเรื่องราวขอโอนและรับโอน หากจะให้ผู้อื่นไปทำการแทน ต้องนำใบมอบอำนาจตามกฎหมายพร้อมสำเนาทะเบียนบ้าน บัตรประจำตัวประชาชน หรือ หนังสือรับรองการจดทะเบียนนิติบุคคลของผู้โอนและผู้รับโอน
(2) แนบหนังสือแสดงการจดทะเบียนรถพร้อมหลักฐานแสดงกรรมสิทธิ์ หรือสิทธิการครอบครองรถ ของผู้โอน เช่น ใบเสร็จรับเงินค่ารถ สัญญาเช่าซื้อหรือสัญญาอื่น ๆ
(3) นำรถไปตรวจสอบเลขคัสซี เลขเครื่องยนต์จากช่างตรวจสภาพรถ
(4) เสียค่าธรรมเนียมการโอนทะเบียนรถ 200 บาท
4. การแจ้งย้ายออก
(1) ยื่นคำขอตามแบบคำขออื่น ๆ หากจะให้ผู้อื่นไปทำการแทน ต้องทำใบมอบอำนาจตาม กฎหมาย
(2) แนบหนังสือแสดงการจดทะเบียนรถ แนบหลักฐานการได้รับอนุญาตประกอบการขนส่งของจัง หวัดปลายทาง ระบุรถคันที่จะแจ้งย้ายออก
5. การแจ้งย้ายเข้า
(1) ยื่นคำขอตามแบบคำขออื่น ๆ หากจะให้ผู้อื่นไปทำการแทน ต้องทำใบมอบอำนาจตาม กฎหมายพร้อมสำเนาทะเบียนบ้าน บัตรประจำตัวประชาชนหรือหนังสือรับรองการจดทะเบียน นิติบุคคล
(2) แนบหนังสือแสดงการจดทะเบียนรถพร้อมกับหนังสือแสดงการแจ้งย้ายเข้า
(3) นำรถที่แจ้งย้ายเข้าไปรับการตรวจสอบหมายเลขคัสซี เลขเครื่องยนต์ จากช่างตรวจสภาพรถ
(4) นำแผ่นป้ายเลขทะเบียนรถเดิมที่ย้ายออกมาไปคืน
(5) เสียค่าธรรมเนียมแผ่นป้ายเลขทะเบียนรถใหม่ 200 บาท
6. การเปลี่ยนประเภทรถ
(1) ยื่นคำขอตามแบบคำขออื่น ๆ หากจะให้ผู้อื่นไปทำการแทน ต้องทำใบมอบอำนาจตาม กฎหมาย
(2) แนบหนังสือแสดงการจดทะเบียนรถ
(3) นำรถเข้าตรวจสภาพ
(4) นำแผ่นป้ายเลขทะเบียนรถที่จดทะเบียนไว้ประเภทเดิมไปคืน
(5) เสียค่าธรรมเนียมแผ่นป้ายเลขทะเบียนรถ 200 บาท ค่าธรรมเนียมเปลี่ยนประเภท 20 บาท
(6) เสียภาษีเพิ่ม กรณีประเภทใหม่มีอัตราภาษีสูงกว่าเดิม
7. การเปลี่ยนแปลงสาระสำคัญของรถ
(1) ยื่นคำขอตามแบบขอเปลี่ยนแปลงสาระสำคัญ ก่อนที่จะทำการเปลี่ยนแปลงสาระสำคัญ หาก จะให้ผู้อื่นไปทำการแทน ต้องทำใบมอบอำนาจตามกฎหมาย
(2) นำรถไปตรวจสอบ
(3) เสียค่าธรรมเนียมคำขอเปลี่ยนแปลงสาระสำคัญอย่างละ 20 บาท
(4) นำใบรับรองการตรวจสอบรถ หนังสือแสดงการจดทะเบียนรถพร้อมหลักฐานอื่น เช่น หนังสือ รับรองหลักฐานการตัดบัญชีเครื่องยนต์ ใบแจ้งจำหน่าย และใบเสร็จรับเงิน ยื่นขอแก้ไข หนังสือแสดงการจดทะเบียนรถ
(5) เสียภาษีเพิ่ม ถ้าน้ำหนักรถเพิ่มขึ้นเกินจากอัตราภาษีเดิม
8. การแจ้งหยุดใช้รถเพื่อไม่เสียภาษีครั้งถัดไป ตามมาตรา 89
(1) ยื่นคำขอตามแบบคำขออื่น ๆ พร้อมกับแผ่นป้ายเลขทะเบียนรถ หากจะให้ผู้อื่นไปทำการแทน ต้องทำใบมอบอำนาจตามกฎหมาย (2) แนบหนังสือแสดงการจดทะเบียนรถ
(3) ต้องยื่นคำขอภายในสามสิบวัน นับแต่วันถึงกำหนดเสียภาษีครั้งถัดไป หากพ้นกำหนดดังกล่าวจะต้องเสียภาษีครั้งถัดไปอีก 1 ปี
(4 งวด)
9. การแจ้งเลิกใช้รถ ตามมาตรา 79
(1) ยื่นคำขอตามแบบคำขออื่น ๆ หากจะให้ผู้อื่นไปทำการแทน ต้องมีใบมอบอำนาจตาม กฎหมาย
(2) แนบหนังสือแสดงการจดทะเบียนรถ
(3) ต้องนำแผ่นป้ายเลขทะเบียนรถมาคืนต่อนายทะเบียนภายใน 15 วัน นับแต่วันที่เลิกใช้รถนั้น
10. การแจ้งยกเลิกการจดทะเบียนรถ ในกรณีที่มีการเลิกสัญญาเช่าซื้อ
(1) ให้ผู้ให้เช่าซื้อ แจ้งเป็นหนังสือยืนยันบอกเลิกสัญญาเช่าซื้อกับผู้เช่าซื้อ และแจ้งด้วยว่าได้ยึด รถคืนมาจากผู้เช่าซื้อแล้ว โดยอาศัยสิทธิตามกฎหมาย หรือข้อสัญญาอย่างไร ซึ่งในหนังสือ นั้น ให้ระบุไว้ด้วยว่า หากมีข้อโต้แย้งใด ๆ เกี่ยวกับสิทธิในรถคันที่ยึดมา เจ้าของรถยินยอม รับผิดชอบทุกประการพร้อมทั้งให้แนบสำเนาสัญญาเช่าซื้อ และหลักฐานการบอกเลิกสัญญา ที่ได้ทำเป็นหลักฐานไว้ก็ให้แนบมาด้วย
(2) นำแผ่นป้ายเลขทะเบียนรถคืนต่อนายทะเบียน ถือเป็นรถปลอดทะเบียน
(3) เมื่อยกเลิกการจดทะเบียนแล้ว หากเจ้าของรถหรือผู้เช่าซื้อรายใหม่จะนำรถคันดังกล่าวไปจด ทะเบียน ให้นำหนังสือแสดงการจดทะเบียนรถไปดำเนินการเสมือนกับการจดทะเบียนรถใหม่ ทุกประการ
11. การขอจดทะเบียนรถที่แจ้งเลิกใช้มาตรา 79 และรถเลิกสัญญาเช่าซื้อ ให้ ดำเนินการเสมือนการจดทะเบียน และเสียภาษีรถใหม่ (เป็นรถปลอด ทะเบียน)
12. การขอแผ่นป้ายเลขทะเบียนรถหรือเครื่องหมายแสดงการเสียภาษีแทนที่สูญ หาย ถูกทำลาย
ชำรุด หรือลบเลือนในสาระสำคัญ
(1) ยื่นคำขอตามแบบคำขออื่น ๆ หากจะให้ผู้อื่นไปดำเนินการแทนต้องยื่นใบมอบอำนาจตาม กฎหมาย
(2) ต้องแนบหนังสือแสดงการจดทะเบียนรถและหลักฐานที่แจ้งความว่าสูญหาย หรือหลักฐาน การถูกทำลาย ชำรุด หรือลบเลือนในสาระสำคัญ
(3) ต้องเสียค่าธรรมเนียมแผ่นป้ายเลขทะเบียนรถ หรือเครื่องหมายแสดงการเสียภาษี
(4) ต้องยื่นคำขอรับใบแทนภายในสิบห้าวัน นับแต่วันที่ได้รับทราบถึงการสูญหาย ถูกทำลาย ชำรุด หรือลบเลือนดังกล่าว
13. การขอใบแทนหนังสือแสดงการจดทะเบียนรถ
(1) ยื่นคำขอตามแบบคำขออื่น ๆ โดยผู้ประกอบการขนส่งต้องดำเนินการด้วยตนเอง หากจะให้ ผู้อื่นไปทำการแทน ต้องทำใบมอบอำนาจตามกฎหมาย
(2) ถ้าสูญหาย จะต้องมีหลักฐานการแจ้งความ โดยผู้แจ้งความต้องเป็นบุคคลใดบุคคลหนึ่ง ดังต่อไปนี้
1. ผู้ประกอบการขนส่ง
2. เจ้าของรถ
3. ผู้ครอบครองตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ เช่น ผู้เช่าซื้อ ฯลฯ
4. ผู้ได้รับมอบอำนาจเป็นหนังสือจากบุคคลตามข้อ 1,2 หรือ 3
(3) ในกรณีที่ผู้ยื่นขอเป็นผู้รับมอบอำนาจ ต้องแนบบัตรประจำตัวผู้ยื่นด้วย
(4) ต้องเสียค่าธรรมเนียมคำขอรับใบแทนหนังสือแสดงการจดทะเบียนรถ
14. กรณีรถหาย
(1) ต้องแจ้งความต่อพนักงานสอบสวนท้องที่ที่รถหาย
(2) ยื่นคำขอตามแบบคำขออื่น ๆ เพื่อแจ้งหยุดใช้รถตามมาตรา 89 หรือเลิกใช้ตามมาตรา 79 พร้อมกับสำเนาบันทึกประจำวันของพนักงานสอบสวนที่รับแจ้งความเรื่องรถหายไว้ โดยผู้ ประกอบการขนส่งต้องดำเนินการด้วยตนเอง หากจะให้ผู้อื่นไปทำการแทนต้องทำใบมอบ อำนาจตามกฎหมาย
ข้อควรจำ
เมื่อ ต้องการขอจดทะเบียน โอนกรรมสิทธิ์ โอนสิทธิการใช้รถ หรือเปลี่ยนแปลง รายการต่าง ๆ เกี่ยวกับทะเบียนรถ ต้องนำบัตรประจำตัวประชาชน สำเนาทะเบียนบ้านหรือหนังสือรับรองการจดทะเบียนนิติบุคคล และหนังสือแสดงการจดทะเบียนรถไปด้วยทุกครั้ง กรณีขายรถให้กับ ผู้อื่นแล้ว โปรดแจ้งให้ผู้ซื้อ ไปโอนรถ
ต่อนายทะเบียน ภายใน 15 วัน นับแต่วันซื้อขายอย่าทำการโอน ลอยโดยไม่ระบุชื่อผู้รับโอน อาจต้องรับผิดชอบภาษีที่ค้างชำระหรือค่าเสียหายที่ผู้รับโอนก่อขึ้นภายหลัง ได้ ผู้ประกอบการขนส่งและเจ้าของรถต้องลงนามในหนังสือแสดงการจดทะเบียนรถด้วยตน เอง เพื่อเป็นหลักฐานในการตรวจสอบลายมือชื่อเมื่อมีการโอนรถภายหลัง






